งานสนับสนุนคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี

 



ผู้เขียน หัวข้อ: รวมการแก้ไขปัญหาทางด้าน Hardware [full] (อ่าน 8863 ครั้ง) เมื่อ: 6 กันยายน 2553 8:38 [125.24.117.84IP Lookup , 6 กันยายน 2553, 8:38:00] (แก้ไขล่าสุดเมื่อ 6 กันยายน 2553 8:40)
1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้อยู่ (เป็นผู้ชมทั่วไป 1 คน) Thanks แจ้งลบ

cdvboard
คุณมี Ranking อันดับที่ 49
Exp: 49
User Info ส่งข้อความ
เข้าร่วม 4/9/2553

รวมปัญหาที่เกิดจาก Printer

งานพิมพ์มีรอยขีดเล็กๆ เป็นระยะๆ
หาก คุณสั่งพิมพ์เอกสารออกมาแล้วพบว่ามีรอยขีดเส้นเล็กๆ อยู่ที่ขอบกระดาษด้านใดด้านหนึ่งเป็นระยะๆ ละก็ ให้สันนิษฐานก่อนว่าสาเหตุมาจาก Roller หลักที่อยู่บนเส้นทางเดินกระดาษมีคราบสกปรก ถ้าตรวจแล้วไม่พบให้ลองตรวจสอบที่ตลับโทนเนอร์ว่ามีการชำรุดหรือไม่? บ่อยครั้งที่พื้นผิวของดรัมในโทนเนอร์มีรอยเล็กๆ ทำให้เวลาพิมพ์เอกสารร่องรอยตำหนินั้นจึงติดลงบนกระดาษด้วย อย่าลืมตรวจสอบชนิดของกระดาษที่คุณใช้ด้วยเช่นกัน

ตัวหนังสือที่หายไปบนผืนกระดาษ
ปัญหา นี้พบได้บ่อยๆ ครับ งานพิมพ์ที่มีตัวหนังสือหายไปเป็นช่วงๆ หรือฟอนต์ช่วงล่างขาดหายไปเป็นระยะๆ ข้อสันนิษฐานแรกให้มุ่งเป้าไปที่ผงหมึกในตลับอาจกำลังจะหมด หน้าสัมผัสของชุดลำเรียงกระดาษอาจมีคราบสกปรก รวมทั้งตลับโทนเนอร์เองอาจมีเศษผงหมึกเป็นคราบเลอะอยู่ อย่าลืมเช็กดูที่ Printer Properties ว่าคุณไม่ได้อยู่ในโหมดการพิมพ์แบบ Eco Mode ด้วย

สั่งพิมพ์ได้แต่ดันกลายเป็นเส้นๆ
เคย เห็นงานพิมพ์ที่มีแต่เส้นยาวๆ เป็นระยะๆ บนหน้ากระดาษบ้างไหมครับ ถ้าเคยละก็ ตลับหมึกของคุณใกล้หมดแล้ว นอกจากนี้สาเหตุอาจมาจากองค์ประกอบทางฮาร์ดแวร์ด้วย เช่น พื้นผิวของดรัมชำรุดหรือมีสิ่งสกปรก ชุด Fuser Film มีคราบหรือมีอะไรไปติดอยู่ รวมไปถึงมีสิ่งบดบังกระจกสะท้อนแสงในชุด Scanner ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการทำความสะอาดโดยด่วนครับ

มีจุดไข่ปลาที่ขอบกระดาษด้านบนและล่าง
งาน พิมพ์โอเค ตัวหนังสือไม่หลุด กระดาษไม่เลอะเศษหมึก แต่บริเวณด้านบนและด้านล่างดันมีจุดไข่ปลาเกิดขึ้นซะนี่ สาเหตุของปัญหาที่ว่านี้มาจากองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นตัว Transfer Roller ขัดข้องหรือชำรุด แผงวงจร Formatter PCA เกิดความบกพร่อง ซึ่งอาจรวมไปถึงแผงควบคุมการจ่ายไฟ DC มีปัญหาเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ตรงนี้คงต้องส่งศูนย์ซ่อมอย่างเดียวแล้วละครับ

มีเส้นทับตัวหนังสือตลอดทั้งแนว
ปัญหา นี้เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอมารบ้าง นั่นคืองานพิมพ์มีเส้นยาวๆ ทับตัวหนังสือตลอดทั้งแนว และบางทีก็ทับตัวหนังสือทุกบรรทัดด้วย สาเหตุให้มุ่งเป้าไปที่ความสกปรกเป็นหลักครับ ตรวจสอบ Roller หลักที่เป็นตัวป้อนกระดาษและตัวที่อยู่ในเส้นทางเดินกระดาษว่ามีคราบสกปรก อยู่หรือไม่? หรือมีรอยขีดข่วนบนพื้นผิวด้วยหรือไม่ และอย่าลืมสำรวจตลับโทนเนอร์ด้วยว่าถูกติดตั้งอย่างถูกต้องหรือลงล็อกดีแล้ว หรือยัง?

งานพิมพ์สีซีดจางผิดปกติ
ถ้า บังเอิญคุณสั่งพิมพ์เอกสารออกมาแล้วเห็นว่าสีซีดจากผิดปกติละก็ อันดับแรกตรวจสอบดูว่าคุณตั้งค่าการพิมพ์ในโหมดประหยัดหรือไม่ บางทีอาจมีใครไปปรับเล่น อย่างที่สองตลับหมึกใกล้หมดแล้วหรือยัง ตรงนี้อาจจะเป็นสาเหตุหลักก็ได้ครับ และอย่างที่สามตรวจสอบดรัมว่ามีอะไรไปติดขัดหรือไม่ เพราะถ้าระบบไม่ดูดผงหมึกออกจากดรัมหรือดูดอกไม่ได้ ก็ทำให้งานพิมพ์ออกมามีสีซีดจางแน่ๆ

งานพิมพ์ออกมาเบลอสีผิดเพี้ยน
อาการ แบบนี้มีหลายสาเหตุเช่นกัน ถ้าวิเคราะห์ง่ายๆ ก็ตั้งแต่กระดาษผิดประเภท หรือมีความชื้นที่กระดาษมากเกินไป ชุดฟีดกระดาษออกหลังพิมพ์กินเนื้อหมึกเข้าไปในลูกกลิ้ง ตรงนี้อุปกรณ์อาจจะเสื่อมสภาพก็ได้ครับ ส่วนที่ลึกกว่านี้ก็มีชุดควบคุมเลเซอร์ขัดข้อง รวมทั้งตัวขับเคลื่อนหรือมอเตอร์และฟันเฟืองต่างๆ ทำงานสะดุด ซึ่งจะส่งผลให้กระดาษที่กำลังฟีดเข้าไปอาจอยู่ผิดตำแหน่งหรือเลื่อนออกจาก ตัวป้อนกระดาษได้เช่นกัน

งานพิมพ์ขาวสะอาดแต่ด้านหลังกระดาษสกปรก
อย่า เพิ่งรีบร้อนเอางานพิมพ์สำคัญของคุณส่งให้หัวหน้าหรือลูกค้าดู ถ้าคุณยังไม่ได้พลิกกระดาษกลับไปดูดด้านหลังเพราะมันอาจเปรอะเปื้อนไปด้วย เศษผงหมึกก็เป็นได้ ปัญหาแบบนี้มักไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นกันครับ ให้คุณทำความสะอาดตั้งแต่ถาดรองกระดาษ ตัวฟีดกระดาษเข้าออก หรือตามลูกกลิ้งต่างๆ ที่อาจมีผงหมึกติดเป็นคราบฝังตัวอยู่

งานพิมพ์มีสีเข้มเกินกว่าเหตุ
พอ เจอปัญหาหมึกจางไปแล้ว คราวนี้ก็มาลองเจอกับงานพิมพ์ที่มีเส้นเข้มเกินไปดูบ้างครับ สาเหตุหลักๆ ของปัญหานี้มาจาก ส่วนที่สัมผัสกับกระดาษเกินไป ต้องเช็กดูที่ดรัมว่ามีอะไรขัดข้องอยู่หรือไม่ รวมทั้งองค์ประกอบสำคัญอย่างแผงควบคุม Laser Scanner ที่อาจมีปัญหาในระหว่างสั่งพิมพ์ ซึ่งถ้ามีการอ่านค่าผิดเพี้ยนก็อาจมีปริมาณผงหมึกที่มากเกินความจำเป็นถูก ส่งออกไปยังแผ่นกระดาษ

ตัวหนังสือบิดๆ เบี้ยวๆ
งาน พิมพ์ที่มีตัวหนังสือบิดๆ เบี้ยวๆ หรือแม้แต่กระดาษม้วนงอตอนเครื่องฟีดกระดาษออกมา ให้ตรวจสอบดูว่าคุณป้อนกระดาษถูกชนิดที่เครื่องพิมพ์รองรับหรือไม่? โดยเฉพาะห้ามนำกระดาษโฟโต้ หรือกระดาษมันวาวต่างๆ ที่ใช้กับเครื่องอิงค์เจ็ตมาใส่โดยเด็ดขาด นอกจากนี้ถ้าอากาศรอบหรือในห้องที่วางเครื่องพิมพ์มีความชื้นหรือร้อนจนเกิน ไป ก็อาจส่งผลให้ระบบพิมพ์ต่างๆ ทำงานผิดเพี้ยนได้เช่นกัน ให้ลองไล่เช็กทีละจุดดูนะครับ

ภาพบนหน้ากระดาษเป็นรอยเหลื่อมกัน
ปัญหา นี้นอกจากภาพก็อาจรวมไปถึงตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนงานพิมพ์ด้วยนะครับ อย่างแรกเลยก็คือ หากตอนวางกระดาษมีการบีบอัดหรือเฉียงไม่ตรงช่อง ตอนที่ระบบฟีดกระดาษเข้ามาพิมพ์นั้น แน่นอนว่ากระดาษย่อมอยู่ในตำแหน่งที่เหลื่อมหรือไม่ตรงร่องด้วย ทำให้ภาพหรือตัวหนังสือเหลื่อมทับกันหรือเส้นต่างๆ ที่ปรากฏก็จะไม่ตรงด้วย โดยเฉพาะตารางจะเห็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้น เวลาป้อนกระดาษเข้าให้ตรวจสอบด้วย

ช่องว่างที่หายไปบนหน้ากระดาษ
บาง ครั้งคุณอาจเจอกับช่องว่างเล็กๆ ที่หายไปบนภาพ ตัวหนังสือ หรือเส้นต่างๆ ซึ่งบริเวณที่หายไปจะไม่มีหมึกติดอยู่เลย การตรวจสอบแรกให้ดูว่ากระดาษแผ่นนั้นมีความเรียบเสมอกันหรือไม่ หรือเป็นกระดาษพิเศษที่เครื่องพิมพ์ไม่รู้จักหรือเปล่า? ลองสั่งพิมพ์ใหม่ด้วยกระดาษแผ่นใหม่ ถ้ายังไม่หายละก็ ชุด Transfer Roller อาจเกิดขัดข้องหรือมีปัญหาในระหว่างที่สั่งพิมพ์ ตรงนี้อาจจะร้องเรียกช่างมาดูให้ครับ

สั่งพิมพ์เอกสารแต่ได้หน้ากระดาษเปล่า
หาก คุณสั่งพิมพ์เอกสารแต่ได้หน้ากระดาษเปล่าๆ ออกมา อันดับแรกให้ตรวจสอบดูว่าเครื่องพิมพ์มีการฟีดกระดาษออกมาหลายแผ่นหรือไม่ เพราะหากกระดาษติดกันออกมาเยอะๆ แผ่นที่ติดตัวหนังสืออาจจะไม่ใช่แผ่นกระดาษเปล่าแรกที่หลุดออกมา นอกจากนี้ถ้าคุณซื้อเครื่องใหม่ อย่าลืมดึงแผ่นพลาสติกที่ปิดโทนเนอร์ออกด้วยไม่อย่างนั้นเวลาพิมพ์ระบบจะดูด หมึกออกมาจากดรัมไม่ได้แน่ แต่ถ้าอาการรุนแรงกว่านั้นก็เป็นไปได้ว่าแผงควบคุมการจ่ายหมึกอาจเสียหาย

งานพิมพ์เป็นสีดำทั้งแผ่นอะไรเป็นสาเหตุ
อาการ แบบนี้น้อยนักที่จะเกิดขึ้นยิ่งเป็นเครื่องใหม่ด้วยแล้วเปอร์เซ็นต์ต่ำมาก แต่ถ้ามันเกิดขั้นมาจริงๆ ก็แสดงว่าแผงควบคุมการปล่อยหมึกขัดข้อง จึงไม่สามารถคอนโทรลหมึกได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตรงนี้จะไปเกี่ยวข้องกับส่วนควบคุม Laser Scanner ด้วย อย่าลืมดึงตลับโทนเนอร์ออกมาดูความผิดปกติ ซึ่งตัวตลับอาจเสียหายก็เป็นไปได้เช่นกัน

มีเส้นเหมือนบาร์โค้ดทับตัวหนังสือ
เป็น อีกหนึ่งอาการที่เจอกันได้บ่อยๆ สั่งพิมพ์เอกสารแต่ดันมีเส้นเหมือนแถบบาร์โค้ดยาวเป็นแนวจากขอบบนถึงขอบล่าง ติดมาด้วย ตรงนี้ถ้าเครื่องพิมพ์ของคุณใช้มานานแต่ยังไม่เคยเปลี่ยนดรัมหรือโทนเนอร์ เลย แนะนำให้เปลี่ยนได้แล้วเพราะเป็นต้นเหตุหลักของอาการที่ว่านี้เลยเชียว นอกจากนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องของเศษผงหมึกที่ไปติดตามส่วนสำคัญเช่น เลนส์สแกนเลเซอร์ ลูกกลิ้งที่ฟีดกระดาษก่อนพิมพ์

ตัวหนังสือเล็กผิดปกติ
เครื่อง พิมพ์ส่วนใหญ่จะมียูทิลิตีสำหรับบริหารจัดการระบบพิมพ์มาให้ และมักจะดูแลเรื่องต่างๆ ของการพิมพ์ให้เกือบหมด ถ้าคุณสั่งพิมพ์แต่ฟอนต์เกิดตัวเล็กผิดปกติทั้งๆ ที่ไม่ได้ปรับขนาดในเวิร์ดเลย ให้ลองตรวจสอบดูที่ Print Preference หรือตัวยูทิลิตีดูว่ามีการปรับโหมดพิเศษอะไรหรือไม่ หรือมีการย่อฟอนต์แบบอัตโนมัติเองหรือไม่? ให้ปรับเป็นค่าที่สามารถพิมพ์ได้ตามปกติ

สั่งพิมพ์แต่ตัวหนังสือขาดหายแสดงไม่ครบ
ปัญหา นี้เกิดขึ้นได้ทั้งที่เป็นตัวหนังสือเพรียวๆ และการสั่งพิมพ์ภาพครับ สาเหตุก็มาจากการตั้งค่าการพิมพ์ไม่ถูกต้องนั่นเอง เช่น มีฟอนต์บางตัว หรือข้องความในบรรทัดบนกับบรรทัดสุดท้ายตกขอบไป แบบนี้หมายความว่ามีการตั้งค่าไม่ตรงนั่นเอง การแก้ปัญหาสามารถทำได้จากตัวโปรแกรมที่คุณใช้งานอยู่ขณะนั้น เช่น Acrobat, Word, Excel และโปรแกรมอื่นๆ เมื่อตั้งค่าการพิมพ์และตั้งค่าหน้ากระดาษแล้วให้ลองพิมพ์ทดสอบดู

เอกสารที่สั่งพิมพ์ชัดเจนแต่แบ็กกราวนด์เป็นสีเทา
โดยปกติแล้ว งานพิมพ์เอกสารที่สมบูรณ์นอกจากตัวหนังสือหรือเส้นตารางๆ ต่างๆ จะชัดเจนแล้ว   แบ็ก
กราวนด์ ของกระดาษก็ไม่ควรเป็นสีอื่นใด นอกเสียจากสีขาวของเนื้อกระดาษ แต่ถ้ามันกลายเป็นสีออกเทาๆ เหมือนโหมดเกรย์สเกลแล้วละก็ ตรวจสอบกระดาษก่อนเลยว่าถูกประเภทหรือเปล่า? และลองเข้าไปดูในยูทิลิตีการพิมพ์ว่ามีการเซตแบ็กกราวนด์ให้เป็นสีใดไว้หรือ ไม่? ถ้าทุกอย่างที่บอกไปอยู่ดีเป็นปกติด ให้สันนิษฐานว่าตลับโทนเนอร์หรือดรัมอาจจะชำรุดเสียหายได้

ภาพพิมพ์หรือฟอนต์มีจุดว่างๆ อยู่ข้างใน
งาน พิมพ์ภาพถ่ายด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั้งสีและขาวดำจะออกมาสวยสุดยอดหรือน่า ประทับใจได้นั้น นอกจากภาพต้นแบบต้องดีแล้ว ระบบการทำงานของเครื่องยังต้องไม่ขัดข้องหรือทำงานเป็นปกติด้วย สำหรับอาการที่เกิดขึ้นบนภาพและฟอนต์ในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มาจากการตั้งค่าการพิมพ์ไม่ตรงกับกระดาษที่ใช้ หรือทางกลับกันนั้นกระดาษที่ใช้ก็ไม่ตรงกับค่าการพิมพ์ที่ได้เลือกไว้นั่น เอง

งานพิมพ์เอียงโย้เย้ไปมาไม่ตรง
ตัว หนังสือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือภาพที่สั่งพิมพ์โย้เย้ไม่ตรงหรือพอดีกับที่เราตั้งค่าหน้ากระดาษเอาไว้ ละก็ การวินิจฉัยอาการที่เกิดขึ้นให้มุ่งเป้าที่ถาดใส่กระดาษก่อนเลยครับ ถ้าคุณวางปึกกระดาษแน่นหรือไม่ตรงรางป้อนกระดาษ เวลาที่ลูกกลิ้งฟีดกระดาษเข้าไปมันย่อมเข้าไปไม่ตรงด้วย ทำให้เสียเวลาสั่งพิมพ์ตำแหน่งบนกระดาษจึงไม่ถูกต้อง เพราะกระดาษมันไม่ตรงนั่นเอง

ใส่กระดาษค้างไว้ในถาดนานๆ ไม่ดี
เครื่อง พิมพ์ที่ไม่ได้พิมพ์บ่อยๆ อาจมีปัญหาหลายอย่างเวลากลับมาใช้งานอีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือคุณภาพของกระดาษที่อาจเสียไป เช่น ถ้าคุณใส่กระดาษไว้ในถาดเป็นเวลานานๆ แถมยังใส่เต็มความจุดด้วย การปล่อยเอาไว้โดยไม่มีการพิมพ์เลย กระดาษพวกนี้จะติดกันด้วยความชื้นในห้อง หรือหากเครื่องวางอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกระดาษก็จะกรอบเอาง่ายๆ เวลาพิมพ์ออกมาคุณภาพของงานจึงไม่ได้อย่างที่ต้องการ

เส้นขาวในแนวตั้งเกิดขึ้นได้อย่างไร
เคย เจอกับงานพิมพ์ที่มีเส้นขาวเล็กพากเป็นแนวยาวของหน้ากระดาษบ้างไหมครับ อันที่จริงไม่ใช่เป็นหมึกสีขาว แต่เป็นช่องว่างเล็กๆ ที่หมึกพิมพ์ลงไปไม่ได้นั่นเอง และอาการที่ว่านี้มีสาเหตุมากกว่าหนึ่งอย่างด้วย ตั้งแต่โทนเนอร์และดรัมมีคราบสกปรก กระดาษผิดประเภท เช่น กระดาษมันที่ใช้กับเครื่องเลเซอร์ไม่ได้ หากพิมพ์ออกมาก็อาจให้ผลลัพธ์แบบนี้ได้ นอกจากนี้ภายในอาจมีอะไรไปบดบังกระจกสะท้อนแสดงเลเซอร์ในลักษณะแนวยาวได้ ทำให้อาการออกมาในลักษณะนี้

Credit : Computer Today

รวมปัญหาที่เกิดจาก Harddisk

• การทำงานของฮาร์ดไดรฟ์ช้าลง

สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ อาจอยู่กระจัดกระจาย
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter เพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้ คลิกที่ปุ่ม Startแล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter

• เจอไดร์ฟของฮาร์ดดิสก์แต่เข้าไม่ได้

สาเหตุที่ 1 เป็นพาร์ทิชั่นชนิดที่ระบบปฏิบัติการไม่รู้จัก
การแก้ปัญหา : เราต้อง Copy ข้อมูลที่เราต้องการมาไว้ที่อีกพาร์ทิชั่นที่ใช้ได้ หรือลบพาร์ทิชั่นทิ้งแล้วสร้างใหม่

สาเหตุที่ 2 ยังไม่ได้ฟอร์แมต
การแก้ปัญหา : ถ้าคุณใช้โปรแกรมแบ่งพาร์ทิชั่นบางโปรแกรม เช่น Fdisk หลังจากแบ่งพาริทิชั่นเสร็จแล้วจะยังไม่สามารถใช้งานได้ในทันที แต่จะต้องใช้คำสั่งฟอร์แมตอีกครั้งหนึ่ง

สาเหตุที่ 3 พาริทิชั่นเสีย
การแก้ปัญหา : บางครั้งเครื่องเราอาจติดไวรัส เครื่องแฮงก์หรือโปรแกรมต่าง ๆ ทำงานผิดพลาด ทำให้ข้อมูลในส่วนที่สำคัญของพาริทิชั่นถูกแก้ไขและข้อมูลเสียไปด้วย การกู้ข้อมูลอาจใช้โปรแกรมDisk Utility ต่าง ๆ ที่มีโปรแกรมช่วยกู้ข้อมูล และทางที่ดีเราควรลงโปรแกรมที่จะช่วยแบ็คอัพข้อมูลเช่น โปรแกรม Norton Ghost ซึ่งโปรแกรมจะรวบรวมข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ ในฮาร์ดดิสก์แล้วสำรองไว้ เวลาที่พาร์ทิชั่นมีปัญหาสามารถใช้แผ่น กู้ฉุกเฉินของโปรแกรมนี้กู้ข้อมูลกลับมาได้ แต่ถ้ากู้ไม่ได้ คงต้องยอมสูญเสียข้อมูลไป แบ่งพาร์ทิชั่นแล้วลงโปรแกรมกันใหม่

• หลอดไฟ ไดร์ฟฮาร์ดดิสก์สว่างตลอดเวลา

สาเหตุที่ 1 เกิด Bad Sector
การแก้ปัญหา : เมื่อ ฮาร์ดดิสก์กำลังพยายามอ่านพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้เก็บข้อมูลได้ (Bad Sector) จะใช้เวลาในการอ่านนานในขณะที่เครื่องกำลังการตอบสนองจากฮาร์ดดิสก์นั้น ไฟฮาร์ดดิสก์ก็จะสว่างตลอด ซึ่งเราสามารถตรวจสอบว่ามี Bad Sector หรือเปล่าโดยใช้โปรแกรมประเภท Disk Utility ซ่อม เช่น Norton Utility เป็นต้น

สาเหตุที่ 2 ต่อหลอด LED สลับขั้ว
การแก้ปัญหา : บาง เมนบอร์ดถ้าหากเสียบสายต่อไฟ LED สลับขั้วแล้ว จะทำให้ LED สว่างขณะที่ฮาร์ดดิสก์ไม่ได้ทำงาน แต่ดับขณะที่ฮาร์ดดิสก์ทำงานทำให้ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์ไม่ทำงานไฟ LED จะติดค้างอยู่ สามารถแก้ได้โดยการเปิดฝาเครื่องแล้วเสียบสาย LED ฮาร์ดดิสก์เสียใหม่ให้ถูกทาง

• เครื่องคอมพ์มองเห็นฮาร์ดดิสก์บ้าง บางครั้งก็มองไม่เห็น

สาเหตุ สายไฟที่เข้าไปเลี้ยงฮาร์ดดิสก์หลวม
การแก้ปัญหา : สาย ไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์อาจหลวมบางขั้วต่อ ถึงแม้วาเราจะเสียบแน่นก็ตาม อาจลองแก้โดยการนำคีมบีบหน้าสัมผัสของสายจ่ายไฟเลี้ยงให้แคบเข้า เพื่อให้ทุกขั้วสัมผัสดี

• ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ไม่ได้

สาเหตุ ยังไม่ได้แบ่งพาร์ทิชั่น
การแก้ปัญหา : ถ้าหากว่าคุณกำลังจะฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ แต่กลับหาไดร์ฟไม่เจอ เช่น เปลี่ยนไปที่ไดร์ฟ C แล้วขึ้นคำว่า Invalid drive specified สันนิษฐานได้ว่า ฮาร์ดดิสก์ของคุณนั้นยังไม่ได้แบ่งพาร์ทิชั่นให้ลองใช้โปรแกรมแบ่งพาร์ติ ชั่น ตรวจสอบดูว่ามีการแบ่งพาร์ทิชั่นแล้วหรือยังภายในฮาร์ดดิสก์

Credit Liberta

รวมปัญหาที่เกิดจาก RAM

มีเสียงร้องหลังจากเปิดเครื่องและไม่มีภาพ มีสาเหตุดังนี้

1. เสียบ RAM ไม่แน่น
วิธีแก้ไข : ให้ลองเปิดฝาเครื่องแล้วขยับ RAM ให้แน่น

2. เกิดจากหน้าสัมผัสของ RAM ไม่สะอาด
วิธีแก้ไข : เปิดฝาเครื่องออกมาแล้วให้ลองขยับ RAM ให้แน่น ถ้ายังไม่หายให้ลองถอด RAM ออกมาทำความสะอาดหน้าสัมผัส โดยใช้ยางลบดินสอหรือน้ำยา

3. เกิดจากการเสียบ RAM ผิดแถว
วิธีแก้ไข : เมนบอร์ดบางรุ่นต้องเสียบ RAM ไล่จากแถวที่ 1 ขึ้นไป ให้ลองนำ RAM มาเสียบที่ Slot ที่ 1 และไล่ลงไปในกรณีที่มี RAM หลายแถว

4. RAM ที่ใส่ไปไม่ตรงกับชนิดที่เมนบอร์ดรับได้
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบกับคู่มือเมนบอร์ดว่าเป็นชนิดที่ถูกต้องและขนาดที่ไม่เกินที่เมน บอร์ดกำหนดในแต่ละแถว ถ้าไม่ถูกให้นำ RAM ชนิดที่ถูกต้องมาใส่

5. เกิดจากความผิดผลาดของกระบวนการเช็คตอนเปิดเครื่อง ( POST) ของไบออส
วิธีแก้ไข: ในบางครั้งจะจดจำการติดตั้งฮาร์ดแวร์ในตำแหน่งต่างไว้และทำการตรวจเช็คทุก ครั้งที่เปิดเครื่องดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หรือสลับตำแหน่งของสล็อตที่เสียบอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องอาจจะเช็คว่าเกิดความผิดผลาดได้ โดยที่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอุปกรณ์ใด ๆเสียเลยแต่เพราะเครื่องได้จดจำข้อมูลตำแหน่งของสล็อต ที่เสียบ ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ไว้ แต่ยังไม่ได้ทำการอัพเดทหรือ รีเฟรช (Refresh ) ทำให้เมื่อเปิดเครื่องแล้วถึงขั้นตอนการตรวจสอบ เครื่องจะฟ้องว่าฮาร์ดแวร์
ผิด ผลาด วิธีแก้คือ ให้ลองสบับแถวของ RAM แล้วลองเปิดเครื่องใหม่ เพื่อให้เครื่องจดจำตำแหน่ง หรือ Reset ไบออส โดยการถอด ถ่านของไบออสบนเมนบอร์ดออกสักครู่หนึง แล้วกลับเข้าไปใหม่ จากนั้นลองเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง

6. RAM เสีย
วิธีแก้ไข : ให้ลองนำ RAM ตัวอื่นที่ใช้ได้มาเสียบแทนในช่องเดียวกัน ถ้าหากใช้ได้แสดงว่า RAM เสีย ถ้า RAM เสียก็ต้องซื้อมา เปลี่ยนสถานเดียว

เปิดเครื่องแล้ว แต่ Test Memory (RAM) ไม่ผ่านมีสาเหตุดังนี้

1. สล็อตเสียบ RAM เสียหรือเสียมคุณภาพ
วิธีแก้ไข : เป็นไปได้ที่เมื่อใช้ไปแล้ว สล็อตเสียบ RAM เสื่อมคุณภาพ ให้ลองย้าย RAM ไปใส่ในสล็อตอื่นแล้วลองบู๊ตเครื่องใหม่

2. RAM เสียหรือเสียมคุณภาพ
วิธีแก้ไข : ให้ลองนำ RAM ตัวอื่นที่ใช้ได้มาเสียบแทนในช่องเดียวกันถ้าผ่านแสดงว่า RAM เสีย ก็ต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่

ใช้แล้วเครื่องแฮงก์ง่ายมีสาเหตุดังนี้
1. อาจเกิดจากการตั้งค่าความถี่ที่ใช้กับ RAM ไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ไข : ดูที่สเปค (Spec) ของ RAM สามารถทำงานที่ความถี่เท่าไร และให้ตั้งให้ถูกต้อง โดยเซ็ทที่ BIOS หรือเมนบอร์ด บางรุ่นต้องเซ็ทที่ Jumper บนเมนบอร์ด โดยสามารถดูรายละเอียดจากคู่มือของเมนบอร์ดนั้นๆ ได้

2. อาจเกิดจากการตั้งค่าการหน่วงเวลา (Wait state) ไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ไข : กลับไปตั้งค่าให้ถูกต้องเหมือนเดิม หรือตั้งค่าเป็นแบบ by SPD จะสะดวกที่สุด

3. อาจเกิดจากการเลือกคุณสมบัติพิเศษ เช่น Fast page , EDO ไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ไข : ควรศกษาคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างละเอียดก่อนที่จะเลือกใช้คุณสมบัตินั้น ๆ ถ้าไม่แน่ใจให้แก้กลับมาที่ Load Detault Setup หรือ Disable เพราะถ้าเลือกใช้คุณสมบัติพิเศษ โดยที่ RAM ตัวนั้นไม่รองรับ ก็จะทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานได้

4. อาจเกิดจาก Clip RAM ร้อนเกินไป
วิธีแก้ไข : ในกรณีทีบางครั้ง RAM ทำงานหนักและเกิดอาการร้อนเกินไปจะทำให้เกิดการทำงานผิดพลาดได้ ดังนั้นถ้าต้องการเสถียรภาพ ในการทำงานมากขึ้น เราควรปรับปรุงระบบระบายความร้อนภายในเครื่องคอมพ์ให้ดีขึ้น เช่น เพิ่มพัดลมระบายความร้อนภายในเครื่อง วางคอมพ์ไว้ในที่ที่มี อากาศถ่ายเทได้สะดวกหรือห้องแอร์ก็จะยิ่งดี

5. อาจเกิดจาก RAM เสื่อม
วิธีแก้ไข : RAM บางตัวที่ใช้งานไปนาน ๆ Clip บางตัวบน RAM อาจเสื่อมได้โดยที่เครื่องยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อเครื่อง ได้ใช้งานมาถึงตำแหน่งที่เสื่อมบนแรมตัวนั้น จะทำให้เกิดการทำงานผิดพลาดได้ วิธีแก้คือ ลองถอด RAM ตัวที่คิดว่าเสื่อมออก และนำ RAM ตัวอื่นที่ดีมาใส่แทน และลองใช้งานดู ถ้าทำงานได้ตามปกติแสดงว่า RAM ตัวนั้นเสีย ให้ซื้อตัวใหม่มาเปลี่ยน หรือถ้าอยู่ในระยะประกันให้ลองเปลี่ยนตัวใหม่ แต่อาการแบบนี้ขอบอกว่าพิสูจน์ยากนิดนึง บางครั้งเราต้องรอจังหวะ

ขนาดของ RAM เมื่อใช้งานน้อยกว่าขนาดที่แท้จริงมีสาเหตุดังนี้

1. เสียบ RAM ที่มีขนาดเกินกว่าที่ช่องเสียบ RAM นั้นรับได้
วิธีแก้ไข : เมนบอร์ดบางตัวจะกำหนดขนาดของ RAM สูงสุดต่อแถวที่เสียบได้ในแต่ละช่องสล็อต ดังนั้นควรอ่านคู่มือของเมนบอร์ดดูก่อนว่าสล็อตใดเสียบ RAM ที่มีขนาดสูงสุดได้เท่าไร เช่น เมนบอร์ดบางรุ่น ช่องเสียบ RAM แถวที่ 1ใส่ RAM ได้สูงสุดไม่เกินแถวละ128 MB ถ้าเรานำ RAM ขนาด แถวละ 256 MB มาใส่เครื่องจะไม่สามารถรับได้หรือมองเห็นแค่เพียง 128 MB เท่านั้น

2. ขนาดของ RAM รวมทั้งหมดเกินกว่าที่เมนบอร์ดจะรับได้
วิธีแก้ไข : เมนบอร์ดทุกอันจะมีขนาดรวมของ RAM สูงสุดที่เมนบอร์ดรับได้ไม่ใช่ว่าจะสามารถซื้อ RAM มาใส่เท่าไรก็ได้ ควรอ่านคู่มือ ของเมนบอร์ดรุ่นนั้นด้วย

3. RAM บางส่วนถูกนำไปใช้ในด้านอื่น
วิธีแก้ไข : เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมนบอร์ดบางรุ่น ที่มีอุปกรณ์บางประเภท Onboard ซึ่งจะใช้หน่วยความจำร่วมกับ RAM ทำให้เมื่อเปิด ใช้งานเนื้อที่ของ RAM บางส่วนจะถูกจองไว้สำหรับใช้งานของอุปกรณ์ตัวนั้นโดยเฉพาะ จึงทำให้เวลาระบบปฏิบัติการแสดงผลขนาดของ RAM จะเหลือไม่เท่ากับ ขนาดที่แท้จริงของ RAM เช่น เมนบอร์ดบางรุ่นที่มี VGA Card Onboard และแจ้งว่ามี RAM ของ VGA Card ขนาด 16 MB แต่เมื่อใช้งานจะใช้เนื้อที่ของ RAM ที่เสียบลงไปบนเมนบอร์ด ดังนั้น ถ้าเราเสียบ RAM ขนาด 128 MB ลงไปบนเมนาบอร์ดจะเหลือ RAM ที่ใช้งานกับระบบจริงเพียง 128 MB คือ 112 MB

4. อาจเกิดจาก RAM เสื่อม
วิธีแก้ไข : เราสามารถดูตามอาการเสียของแรมที่ได้กล่าวมา ข้างต้น

RAM ที่มีความเร็วสูงแต่ทำงานที่ความเร็วต่ำ

1. เมนบอร์ดไม่สามารถรองรับ RAM ที่มีความเร็วสูงกว่าที่กำหนดได้
วิธีแก้ไข : ไม่สามารถแก้ได้ ถ้าต้องการให้ RAM ทำงานที่ความเร็วสูง ต้องซื้อเมนบอร์ดรุ่นที่รองรับได้ เช่น RAM ที่มีความเร็ว 133 MHz เมื่อนำมา ใส่เมนบอร์ดที่รองรับ RAM ที่มีความเร็วสูงสุดที่ 100 MHz RAM ตัวนั้นจะทำงานได้ที่ความเร็วแค่ 100 MHz

2. ไม่ได้ตั้งค่าที่ BIOS ให้ถูกต้อง
วิธีแก้ไข : ที่ BIOS จะมีเมนูสำหรับตั้งค่าความเร็วของ RAM ที่เราต้องการให้เราไปปรับค่าให้ถูกต้องหรือให้เลือกเป็น Auto

3. ไม่ได้เซ็ทค่าจั๊มเปอร์บนเมนบอร์ด
วิธีแก้ไข : เมนบอร์ดบางรุ่นจะมีการเซ็ทความถี่ของ RAM ที่จั๊มเปอร์บนเมนบอร์ดด้วย ให้ศึกษาด้วย ให้ศึกษาและเซ็ทตามคู่มือเมนบอร์ด

Credit Liberta

รวมปัญหาที่เกิดจาก Mouse & Keyboard

Mouse

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว
สาเหตุ : สายเมาส์เสียบไม่แน่นหนาในช่องเสียบที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์
การแก้ปัญหา : ตรวจสอบและเสียบสายเมาส์ให้แน่น

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว
สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ หรือ ติดตั้งไดรเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง
การ แก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ที่ถูกต้อง จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ให้คลิกที่ปุ่ม Start จากนั้น ชี้ไปที่ Settings แล้วคลิกที่ Control Panel เมื่อเห็นหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Mouse แล้วคลิกที่แท็บ General

ปัญหาเกี่ยวกับ Keyboard
โดย ปกติแล้วคีย์บอร์ดจะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยมีปัญหาเวลาใช้งานมากนัก แต่ถ้าใช้งานไปเป็นเวลานานก็อาจจะเกิดเป็นปัญหาขึ้นได้เหมือนกัน เช่น
ปุ่มคีย์บอรด์แข็ง กดแป้นพิมพ์ไม่ค่อยได้ บางทีกดปุ่มใช้งานคีย์บอร์ดไม่ได้เลยทั้งที่ซื้อมาใหม่
ปัญหา เหล่านี้ บางคนก็แก้ด้วยวิธีการซื้อมาเปลี่ยนใหม่เพราะราคาถูกทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ง่ายนิดเดียว ซึ่งมักเกิดกับคีย์บอร์ดมีดังนี้

-คีย์บอรด์แข็ง บางปุ่มกดไม่ลง
คีย์บอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่เราต้องทำงานด้วยมากที่สุดพอกับใช้เม้าส์ โดยเมื่อใช้ไปนาน ๆ เข้าก็จะมีฝุ่นผงคราบสกปรกเข้าไปเกาะติดอยู่
พอ สะสมมากเข้าจะเป็นเหตุให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดแข็ง กดไม่ค่อยลงเกิดปัญหาเวลาใช้งานคีย์บอร์ด เช่น พิมพ์งานเอกสารหรือโปรแกรมสเปรดชีตต่าง ๆ
สำหรับวิธีแก้ไขคือ ให้ใช้แปรงปัดฝุ่นและคราบสกปรกตามซอกปุ่มต่าง ๆ บนตัวคีย์บอร์ด แต่ถ้าปุ่มแข็งมากให้ใช้วิธีถอดปุ่มมาทำความสะอาด

ดังนี้
1. ให้ใช้แปรงขนอ่อนขนาด 1 นิ้ว มาปัดฝุ่นตามซอกปุ่ม จนเห็นว่าสะอาดดีแล้ว ให้ลองกดปุ่มดุด้วยว่ากดได้งายขึ้นหรือไม่
2. หากยังไม่หาย มีปุ่มกดบางปุ่มยังแข็งอยู่กดปุ่มไม่ค่อยได้ ก็ให้ใช้ไขควงปากแบนค่อย ๆ งัดปุ่มออกม่ทีละปุ่ม เพื่อให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น
และใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นผงที่เกาะติดอยู่ ตามซอกต่าง ๆ จนหมด หลังจากนั้นให้ใส่ปุ่มกลับเข้าที่เดิม ( แกะและทำความสะอาดทีละปุ่มจะได้ไม่งงเวลาที่ใส่กลับที่เดิม )

-เครื่องแจ้งว่า " KEYBOARD ERROR NO KEYBOARD PRESENT "
เมื่อ เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์มาทำงาน บางครั้งจะพบกับข้อความหน้าจอไบออสแจ้งว่า " KEYBOARD ERROR NO KEYBOARD PRESENT "หมายถึง ตรวจไม่พบคีย์?บอร์โที่ติดตั้งอยู่ สาเหตุอาจเป็นเพราะคีย์บอร์ดและเม้าส์ มีลักษณะเป็นขั้วต่อแบบ PS/2 เหมือนกัน ดังนั้นจึงอาจเสียบผิดก็ได้
การ แก้ไขให้ตรวจสอบการเสียบบอร์ดที่ท้ายเคสว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งขั้วต่อคีย์บอร์ดจะมีสีม่วง ส่วนขั้วต่อของเม้าส์จะมีสีเขียว ให้ถอดออกมาเสียบให้ถูกต้อง
หากยังมีข้อความดังกล่าวปรากฏอยู่อีกแสดงว่าคีย์บอรด์เสีย ให้หาซื้อมาเปลี่ยนใหม่ในราคาตัวละ 150-300 บาท

-เครื่องแจ้งว่า " KEYBOARD CONTROLLER FAILURE "
อาการ ดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากคีย์บอร์ดเสีย ให้ลองหาคีย์บอร์ดอื่นมาลองติดตั้งใช้งานแทน หากพบว่าคีย์บอร์ดเสียจริงให้หาซื้อมาเปลี่ยนใหม่ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งมักเกิด
จากชิปคอนโทรลคีย์บอร์ดที่อยู่บนเมนบอร์ดเสีย หรือลายวงจรควบคุมคีย์บอร์ดแตกหรือหลุดเนื่องจากการถอดเข้า-ออกขั้วต่อ คีย์บอร์ดบ่อยเกินไป
เมื่อคีย์บอร์ดใช้งานม่ได้ ผู้ใช้หลายคนจำเป็นต้องให้ช่างหาซื้อเมนบอร์ดมาเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากการซ่อมเมนบอร์ดค่อนข้างยากจะร้านรับซ่อมไม่ค่อยได้
แต่ถ้าเป็นร้านที่มีความชำนาญในการรับซ่อมเมนบอร์ดโดยเฉพาะก็อาจจะซ่อมได้

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Mouse

-เลื่อนเมาส์ไม่ค่อยได้
ปัญหา ยอดฮิตของการใช้เมาส์ แต่เนื่องจากเมาส์มีราคาถูกเพียงตัวละ 80-200 บาทเท่านั้น ผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงไม่ใส่ใจต่อปัญหานี้และคิดในใจว่าเป็นเพราะเมาส์ราคาถูก จึงเสียง่าย ความจริงแล้วเมาส์ไม่ได้เสียง่ายขนาดนั้นแต่เป็นเพราะเมาส์มีส่วนที่ต้อง เคลื่อนไหวมาก โดยการเลื่อนลูกบอลยางไปกับพื้นหรือแผ่นรองเมาส์ จึงมักดูดเอาฝุ่นผงสกปรกต่าง ๆ เข้ากับติดอยู่กับแกนหมุน ทำให้แกนหมุนไม่ทำงานจึงไม่สามารถที่จะตรวจจับตำแหน่งที่เมาส์เคลื่อนที่ไป ได้
สำหรับวิธีการแก้ไขก็คือ ให้ถอดเมาส์ออกมาทำความสะอาดเอาฝุ่นผงออกไปจากลูกบอลยางและแกนหมุนเท่านั้นเมาส์ก็จะใช้ได้ต่อไป
โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. เปิดฝาครอบลูกบอลออก โดยหมุนบิดไปตามทิศทางของลูกศรที่แสดงบนฝาครอบ ใช้นำยาสเปรย์ฉีดทำความสะอาดลูกบอลและเช็ดให้แห้ง
2. ใช้นำยาสเปรย์ฉีดล้อหมุนแกนหมุนแนวตั้งและแกนหมุนแนวนอน และใช้ไม้สำลีเช็ดจนไม่มีฝุ่นผงติดอยู่ที่แกนหมุนทั้งสาม
3. เมื่อเห็นว่าแกนหมุนทั้งหมดสะอาดดีแล้ว ให้ใส่ลูกบอลพร้อมปิดฝาครอบกลับเข้าที่เดิม ซึ่งเมาส์ก็จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

- คลิกเมาส์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
ภาย ในเมาส์จะมีสวิทช์ชนิดหนึ่งมีขนาดเล็กซึ่งเรียกว่า ไมโครสวิทช์สำหรับรับคำสั่งจากการคลิกเมาส์ เมื่อใช้เมาส์ไปนาน ๆ ก็จะมีเศษฝุ่นเข้าไปเกาะติดหน้าสัมผัสของวงจรภายในไมโครสวิทช์ ทำให้เกิดอาการคลิกเมาส์ไม่ค่อยได้จึงมีวิธีการแก้ไขดังนี้คือ
1. หงายท้องเมาส์ พร้อมกับใช้ไขควงคลายน็อตที่ยึดเมาส์ออกให้หมด
2. เปิดฝาครอบตัวเมาส์ออกมาแล้วจึงใช้นำยาสเปรย์ฉีดพ่นทำความสะอาดไมโครสวิทช์ หลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้นำยาสเปรย์ ได้แทรกเข้าไปละลายสิ่งสกปรกบนหน้าสัมผัสภายในสวิทช์ จนกว่าจะกดสวิทช์ได้อย่างสะดวก ซึ่งคงทำให้อาการดังกล่าวหายได้

Credit Liberta

รวมปัญหาที่เกิดจาก Display Card

ปัญหา เคลื่อนย้ายเครื่องแล้วเปิดเครื่องได้ยินเสียงทำงาน แต่หน้าจอไม่มีภาพ
- -> สาเหตุ
การ์ดจอแบบ AGP จะมีสล็อตสำหรับใส่ที่พอดีหรือตึงมากเราติดตั้งการ์ดเข้ากับสล็อตจะต้องดันให้สุด
และขันน็อตเข้ากับตัวเคส ซึ่งในช่วงนี้

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ให้เปิดฝาเครื่องออกมาตรวจดูหากพบว่าตัวการ์ดหลวมหลุดให้ดันการ์ดกลับเข้าไปในสล็อตให้แน่น
เหมือนเดิม โดยไม่ต้องคลายน็อต (เพราะจะกระดกหลุดออกมาอีก) หากพบว่าลายวงจรที่ขาการ์ดสกปรกให้ถอด
ออกมา แล้วใช้ยางลบดินสอทำความสะอาดแล้งจึงใส่กลับเข้าไปใหม่ ก็คงจะใช้การได้เหมือนเดิม

ปัญหา เล่นเกมบางทีภาพกระตุก แฮงค์ค้าง
- -> สาเหตุ
ปัญหานี้เกิดได้หลายสาเหตุเช่น อาจเป็นเพราะการ์ดจอที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพไม่ดีพอ ไม่สามารถ
เล่นเกมที่ใช้กำลังเครื่องมากได้ บางครั้งอาจเกิดจากพัดลมระบายความร้อนบนชิปกราฟิคสกปรกทำให้
หมุนช้าลง หรือไม่หมุนเลย ส่วนสาเหตุที่แย่ที่สุดคือ ชิปกราฟิคมีปัญหาหรือเสียซึ่งคงต้องเปลี่ยนการ์ดจอ
ใหม่เลย

- -> วิธีการแก้ปัญหา
1. เปิดฝาเครื่องออกและลองเปิดเครื่องตรวจดูว่าพัดลมระบายความร้อนของชิปกราฟิค หมุนหรือไม่ หากไม่หมุนต้องดูว่าพัดลมสกปรกมีคราบฝุ่นละอองเกาะติดอยู่หรือไม่ ให้ใช้ยาสเปรย์ฉีดพร้อมกับใช้
ไม้สำลีเช็ดให้สะอาด
2.หากพบว่าพัดลมระบายความร้อนชิปกราฟิคเสีย ให้ซื้อมาเปลี่ยนใหม่ หลังจากเปลี่ยนพัดลมตัวใหม่
ก็คงเล่นเกมได้มันสะใจขึ้น

ปัญหา การ์ดจอ Onpoard เสีย
ปัญหานี้จะแสดงอาการออกมาในลักษณะเปิดเครื่องได้เห็นไฟเข้าเครื่องทำงานปกติแต่หน้าจอจะไม่มี
ภาพอะไรเลย ผู้ใช้หลายคนนึกว่าเมนบอร์ดเสีย จึงไปหาซื้อเมนบอร์ดมาเปลี่ยนใหม่ทำให้เสียเงินไปโดย
ใช่เหตุ
- -> สาเหตุ
ปัญหานี้สาเหตุเป็นเพราะระบบแสดงผลของชิปเซ็ตบนเมนบอร์ดเสีย ทำให้ไม่มีภาพปรากฎบนหน้าจอ

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ในการแก้ไขปัญหาก็ให้ทำการจัมเปอร์บนเมนบอร์ดเป็น Disable หรือกำหนดค่าในไบออสให้เป็น
Disable ขึ้นอยู่กับรุ่นของเมนบอร์ด แล้วนำการ์ดจอมาติดตั้งลงในสล็อต AGP แทน หากเป็นรุ่นไม่มี
สล็อต AGP ก็คงต้องหาซื้อการ์ด PCI มาติดตั้งแทน
เมนบอร์ดบางรุ่นอาจจะพบและทำงานกับการ์ดจอที่ติดตั้งเข้าไปโดยไม่ต้อง Disable ในจัมเปอร์
หรือไบออสแต่อย่างใด สำหรับขั้นตอนการยกเลิกใช้งานการ์ดจอ Onboard โดยการกำหนดจัมเปอร์

มีขั้นตอนดังนี้
1. เปิดฝาเครื่องออกให้สังเกตจัมเปอร์บนเมนบอร์ดที่มีตัวอักษรกำกับว่า VGA หรือให้ดูจากคู่มือ
เมนบอร์ด
2. เมื่อพบแล้วให้เปลี่ยนจัมเปอร์ ซึ่งอาจเป็นการถอดออกหรือเปลี่ยนขา จากขา 1,2 เป็น 2,3
อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
3. ให้ติดตั้งการ์ดจอใหม่ลงเครื่อง ปิดฝาและเปิดเครื่อง หลังจากนั้นให้ลงไดรเวอร์ให้เรียบร้อย
ก็ใช้งานได้

Credit  Liberta

รวมปัญหาที่เกิดจาก Sound Card

ปัญหา Windows กับเครื่องที่มีการ์ดเสียง แต่กลับไม่มีเสียง

- -> สาเหตุ
หลังการติดตั้ง Windows ลงเครื่องและได้ติดตั้งไดรเวอร์การ์ดเสียงแล้วตามปกติเครื่องจะต้อง
มีเสียงดัง แต่ในบางครั้งอาจมีการกำหนดไม่ให้แสดงเสียงไว้หริอมีคนไปเปลี่ยนแปลงการปรับแต่ง
เกี่ยวกับเสียงจึงทำให้ไม่มีเสียง

- -> วิธีการแก้ปัญหา
1.สำหรับ Windows XP เปิดเครื่อง Control Panel เลือก Switch to Classic View
แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Sound and Audio Drvices
2.ที่แท็ป Volume ให้คลิกปุ่ม Advaced
3. ที่หัวข้อ Volume Control ให้สังเกตดูว่ามีเครื่องหมายถูกเลือกในกรอบหน้าช่อง Mute all เพื่อไม่ให้มีเสียงหรือไม่ ให้คลิกเอาเครื่องหมายถูกออก เพื่อให้แสดงเสียงได้เมื่อกลับมาที่หน้าต่างเดิม
ให้คลิกปุ่ม OK

ปัญหา Sound Card ไม่มีเสียงออก
- -> สาเหตุที่ 1 ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ (Driver) ของ Sound Card
- -> วิธีการแก้ปัญหา ให้นำแผ่นไดรเวอร์ที่แถมมาพร้อมกับ Sound Card มาติดตั้ง
- -> สาเหตุที่ 2 ไดรเวอร์ Sound Card ที่ติดตั้งไม่สมบูรณ์หรือผิด

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ปกติเมื่อเราติดตั้งอุปกรณ์ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าอุปกรณ์สนับสนุนระบบ Plug and Play เครื่อง
จะพบอุปกรณ์โดยอัตโนมัติทันทีหลังจากเปิดเครื่องครั้งต่อไป และถ้าในระบบปฎิบัติการไม่มีไดรเวอร์
ที่ เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ตัวนั้น เครื่องจะถามหาแผ่นไดรเวอร์ ถ้าไม่มีแผ่นไดรเวอร์ สุดท้ายไฟล์ไดรเวอร์ไม่ครบเครื่องก็จะสรุปว่าเป็น Unknown Device ซึ่งวิธีแก้คือ ให้เราหาไดร์เวอร์มาติดตั้ง
- -> สาเหตุที่ 3 ไดร์เวอร์ที่เราติดตั้งไม่ตรงรุ่นหรือยี่ห้อของ Sound Card

- -> วิธีการแก้ปัญหา
เป็นไปได้ที่บางครั้งเครื่องจะลงไดร์เวอร์ให้อัตโนมัติผิดรุ่น หรือเราลงผิดเอง ซึ่งอาจจะลงได้สำเร็จ
แต่ซาวน์การ์ดไม่ทำงาน อาการนี้เราแก้ได้โดยลงไดร์เวอร์ใหม่ให้ตรงกับรุ่นของ Sound Card
- -> สาเหตุที่ 4 เกิดความคอนฟิคท์ (Conflict) หรือขัดแย้งกับอุปกรณ์ตัวอื่น

- -> วิธีการแก้ปัญหา
เรา สามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดการขัดแย้งกับอุกรณ์ตัวอื่น โดยเข้าไปที่ Device Manager สังเกตดูที่ Sound Card จะมีเครื่องหมายอัศเจรีย์ ให้ดับเบิ้ลคลิก จะเข้าสู่ Properties ของ Sound Card ให้ดูว่ามีการขัดแย้งกันที่ใด แล้วเข้าไปเซ็ทค่าใหม่ไม่ให้ซ้ำกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ
- -> สาเหตุที่ 5 ที่ Volume Control ถูก Mute ไว้

- -> วิธีการแก้ปัญหา
บาง ทีการที่เสียงไม่ดังเป็นเพราะว่า เราไม่ได้เข้าไปปรับทางด้านซอฟต์แวร์ ไม่ได้เป็นฮาร์ดแวร์เลย เช่น ที่ Volume Control (เฉพาะในระบบปฎิบัติการ Windows) เพื่อตั้งค่าความดังของเสียงในระบบ วิธีเข้าโดยคลิกที่ Start > Programes>Accessories >Entertainment >Volume Control เพื่อติดตั้งความดังของเสียง หรือบางครั้งจะมีรูปลำโพงสีเหลืองอยู่ที่ Taskbar สามารถดับเบิ้ลคลิก
เพื่อเปิด Volume Control ได้อย่างรวดเร็ว หากหา volume Control ไม่พบอาจเป็นเพราะไม่ได้
ติดตั้งส่วนประกอบนี้ไว้ก็ได้ ให้ลองไปตรวจสอบโดยคลิกที่ Start > Setting > Control Panel
> Add / RemoveProgrames > Windows Setup ในหมวดของ Multimedia จะมี Volume Control อยู่ ใส่เครื่องหมายถูกเพื่อเพิ่มส่วนประกอบนี้เข้าไป
- -> สาเหตุที่ 6 Sound Card หลวม

- -> วิธีการแก้ปัญหา
เป็นไปได้ที่ Sound Card ที่เสียบอยู่ในสล็อตอาจหลวม ให้เราปิดเครื่องแล้วเปิดฝาเครื่องขยับ
Sound Card ให้แน่นแล้วลองเปิดเครื่องใหม่ครับ
- -> สาเหตุที่ 7 ต่อสายผิดช่อง

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ปกติ ที่ Sound Card นั้นจะมีช่องเสียบอย่างน้อย 3 ช่อง คือ Line-out Speaker out, Mic in และ Line in ซึ่งลักษณะ Jack เป็นลักษณะเดียวกันสามารถเสียบด้วยกันได้ ซึ่งถ้าเราเสียบผิดทำให้ไม่มี
เสียงออก ให้เสียบลำโพงที่ช่องสีเขียว
- -> สาเหตุที่ 8 ไม่ได้เสียบปลั๊กไฟของลำโพงหรือไม่ได้เปิดสวิทซ์ลำโพง

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ลองตรวจสอบไฟแสดงการทำงานที่ลำโพงว่าไฟเข้าลำโพงหรือเปล่า ถ้าไม่มีไฟเข้า อาจเป็นเพราะ
ไม่ได้เสียบปลั๊กลำโพง หรือไม่ได้เปิดสวิทซ์ลำโพงก็เป็นได้ ลองตรวจสอบดู
- -> สาเหตุที่ 9 ลืมเร่ง Volume ที่โปรแกรม
ถ้าเราเร่งเสียง Volume ของลำโพงแล้วแต่เสียงยังไม่ดังอาจเป็นเพราะว่าไม่ได้เร่งเสียงที่Volume
Control ว่าเราได้เร่งเสียงเท่าไร ลองเร่งเสียงทั้งทที่ช่องMaster Volume (ด้านซ้ายสุด)และช่องเสียง
ที่เราใช้อยู่ หรืออาจลองเร่งเสียงดูทุกช่องเลยก็ได้
- -> สาเหตุที่ 10 ระบบปฎิบัติการไม่รองรับ
ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นกับ Sound Card รุ่นเก่า ที่ไม่มีไดรเวอร์สำหรับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ
ให้ลองค้นหาไดรเวอร์จากอินเตอร์เน็ตหรือดาวน์โหลดไดรเวอร์จากเว็บไซต์ของผู้ผลิต
- -> สาเหตุที่ 11 Sound Card เสีย
ถ้า ทำทุกวิธีแล้วเป็นไปได้ที่ Sound Card อาจเสียให้ลองเอา Sound Card ไปลองใส่ในเครื่องอื่นดู ถ้ายังใช้ไม่ได้เหมือนกันแสดงว่าเสีย

ปัญหา Sound Card เสียงเบา
- -> สาเหตุที่ 1 ไม่ได้ปรับปุ่มปรับเสียงที่ Sound Card ด้านหลังเครื่อง

- -> วิธีการแก้ปัญหา
Sound Card ที่มีวงจรขยายสัญญาณเสียงในตัวจะมีปุ่มปรับเสียงอยู่บนตัว Sound Card ด้วย เพื่อ
ตั้งระดบสัญญาณเวียงให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ต่ออยู่ ให้เราปรับให้ดังจขึ้นตามความเหมาะสม
- -> สาเหตุที่ 2 ลำโพงที่ใช้ไม่มีวงจรขยายเสียงในตัว

- -> วิธีการแก้ปัญหา
เมื่อเราซื้อ Sound Card จะต้องมีการตรวจสอบดูว่า Sound Card ที่กำลังจะซ้อนั้นมีแอมป์ในตัว
หรือ เปล่าและมีกำลัง Watts เท่าไร เพื่อที่จะสามารถซื้ลำโพงได้ถูก เช่น Sound Card บางตัวนั้นไม่มีวงจรขยายสัญญาณเสียงในตัวจึงไมมีกำลังขับ เราจึงต้องหาลำโพงที่มีวงจรขยายเสียง
ในตัว เราสามารถซ้อลำโพงได้ทั้งแบบมีแอมป์และไม่มีแอป์ในตัวมาใส่ได้
- -> สาเหตุที่ 3 ไม่ได้ปรับ Balance ให้อยู่ตรงกลาง

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ที Volume Controlจะมีปุ่มปรับ Balanceให้เลือกว่าจะดังที่ลำโพงข้างซ้ายหรือข้างขวามากกว่ากัน
ถ้าเราเลื่อนไปทางด้านซ้ายหรือด้านขวาสุด ลำโพงจะดังเพียงข้างเดียว ให้ปรับปุ่ม Balance มาที่ตรงกลาง

ปัญหา Sound Card เสียงแตก
- -> สาเหตุที่ 1 แจ๊คเสียบไม่สะอาด

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ในกรณีไม่สะอาดเป็นเพราะหน้าสัมผัสทำปฎิกิริยากับอากาสเกิดอ๊อกไซด์ (สนิม) วิธีแก้ให้ทำ
ความสะอาดแจ๊คลำโพง
- -> สาเหตุที่ 2 แจ๊คเสียบหลวม

- -> วิธีการแก้ปัญหา
ให้ขยับแจ๊คของลำโพงให้แน่น

Credit Liberta

รวมปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจาก CD-ROM Drive

ก่อนที่จะทำการลงมือจัดการกับอาการหนึ่ง ๆ ขอให้เช็คลิสต์ต่อไปนี้ เพื่อค้นหาสาเหตุ เสียก่อน ดังนี้
- ตรวจตราแผ่นดิสก์ที่ใช้ ดูความสะอาดของแผ่น รวมถึงร่องรอยความเสียหาย ลองใช้ดิสก์นี้กับเครื่องอื่นดูบ้าง เพื่อดูว่าอ่านได้หรือไม่ ถ้ากำลังทำการเขียน ให้ดูว่า สื่อ ดิสก์ที่ใช้ได้การรับรองว่ารันได้ตามความเร็วการเขียนที่ใช้อยู่หรือไม่ มิฉะนั้นแล้ว ก็ให้ ลดความเร็วการเขียนลง และลองเขียนใหม่อีกครั้ง

- ตรวจดูโค้ดแจ้งข้อผิดพลาดของไดรฟ์ ไดรฟ์บางชนิด ใช้เฟิร์มแวร์ที่มีการ แสดงผลกระพริบ LED เป็นตัวบอกถึงสาเหตุปัญหาภายในตัว ดูเอกสารจากผู้ผลิตเพื่อดูโค้ดนั้นบอกถึงอาการใด ส่วนใหญ่ แล้ว โค้ด LED ก็จะบอกถึงข้อบกพร่องของไดรฟ์ ซึ่งควรเปลี่ยนไดรฟ์ใหม่ทันที

- ตรวจการจ่ายไฟเข้าไดรฟ์ ไดรฟ์ซีดีรับไฟผ่านเข้าหัวต่อมาตรฐานแบบ 4 พิน ถ้าไฟ LED ของไดรฟ์ไม่ติด ให้ตรวจ สายจ่ายไฟว่าเสียบแน่นหรือไม่ อย่าให้สาย Y หรือสายต่อแยกที่ต่อแยกไดรฟ์อีกตัว อาจเป็นผลให้ไดรฟ์ทำงานผิดพลาดได้

- ตรวจสายสัญญาณ ตรวจดูว่าการติดตั้งไดรฟ์ใหม่มักพบว่าต่อสายไว้ไม่แน่น หรือไม่ก็เสียบสายผิดด้าน ส่วนไดรฟ์ที่ ติด ตั้งไว้อยู่แล้วก็ยังพบว่ามีอุบัติเหตุสายหลุดได้เหมือนกัน ให้ตรวจสอบปลายทั้งสองด้าน หากพบว่าสายมีรอยหัก ถลอกหรือเสีย หายแบบใด ๆ ก็ต้องเปลี่ยนใหม่

- ตรวจสายออดิโอ ตรวจดูว่าสายนี้ติดตั้งไว้ถูกต้องทั้งสองปลาย ปัญหาส่วนใหญ่ในส่วนนี้มักมาจากเสียบสายออดิโอ ไว้ ผิดขั้วบนการ์ดเสียง สาเหตุอื่น ๆ ก็อาจเป็นกรณีที่เสียบสายไม่ถูกต้องใช้พินผิดตำแหน่งระหว่างไดรฟ์ซีดีและ ส่วนการ์ดเสียง ให้ลองเปลี่ยนใหม่

- ตรวจดูจั๊มเปอร์ กำหนด ID ของไดรฟ์ ATAPI IDE CD ต้องถูกคอนฟิกเป็น "Master " หรือ "Slave"และไดรฟ์ SCSI CD ต้องใช้ SCSI ID ที่ไม่ซ้ำค่ากัน ตรวจสอบซ้ำในตำแหน่งจั๊มเปอร์บนไดรฟ์ว่ากำหนด ID ไว้ถูกต้อง แล้วและ ไม่ ขัดแย้งกันไดรฟ์อื่นที่อยู่บน controller channel เดียวกัน ตัวอย่างเช่น การกำหนดไดรฟ์สองตัวบนแชนเนลเดียววกันเป็น "Master" ทั้งคู่ก็จะมีปัญหากับในระบบ ให้หลีกเลี่ยงการใช้แบบ "cable select " กับไดรฟ์ ATAPI IDE เนื่องจาก จะต้องใช้สายชนิดพิเศษที่ไม่ค่อยมีพร้อมมากับไดรฟ์ส่วนใหญ่

- ตรวจดูว่าในไบออสรู้จักกับไดรฟ์หรือไม่ ถ้าไดรฟ์ซีดีไม่มีการตอบสนอง ให้ดูในไบออส ในตอนสตาร์ท ครั้งถัดไป ไดรฟ์สมัยใหม ่จะแจ้งหมายเลขรุ่นและข้อมูลผู้ผลิตในไบออสตอนบูตด้วยพร้อม ๆ กับข้อความแจ้ง ส่วนฮาร์ดดิสก์ และ ไดรฟ์ชนิดต่าง ๆ คุณอาจสตาร์ท cmos setup และตรวจสอบว่าได้กำหนดเป็นแบบ"autodelect" หรือ "auto-configure" ถ้ากำหนดไว้เป็น "none" หรือ"not installed" ไบออสก็จะไม่ตรวจจับไดรฟ์ในตำแหน่งนี้ หากเป็นกรณีที่ เคยใช้ไดรฟ์ได้อย่างปกติมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่พบก็ให้ตรวจสายจ่ายไฟและสายสัญญาณ หรือก็อาจเป็นไปได้ว่าไดรฟ์เสียแล้ว

- ตรวจดูว่า Windows จำไดรฟ์ได้หรือไม่ windows ควรที่จะจำไดรฟ์ซีดีได้ หากติดตั้งไว้อย่างถูกต้อง และแสดง รายการไว้อย่างถูกต้องใน Drvice Managerให้ตรวจดูในDrvice Manager และดูว่าแสดงรายชื่อถูกต้องหรือไม่ ถ้าแสดงรายการไว้เลย ก็แสดงว่า windows จะยังใช้ไดรฟ์ไม่ได้อีก ข้อบกพร่องก็น่าจะอยู่ที่สายจ่ายไฟ สายสัญญาณ หรือ ตัวไดรฟ์ หากแสดงรายการของไดรฟ์ แต่ชื่อไม่ถูกต้องให้ลองลบหรือ remove รายการนั้นออกจาก Drvice Manager แล้วรีบูตเพื่อให้ windows ตรวจจับไดรฟ์ใหม่อีกครั้ง

- ตรวจการอัปเดตไดรเวอร์ windows เวอร์ชันปัจจุบัน มีไลบรารีของไดรเวอร์ของไดรฟ์ซีดีชนิดต่าง ๆ ค่อนข้าง ครอบคลุมมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาไดรฟ์และข้อผิดพลาดต่าง ๆ ก็ยังอาจเกิดขึ้นได้อยู่จึงควรที่ตรวจสอบ การอัปเดตจากผู้ ผลิต เมื่อได้ดาวน์โหลดไดรเวอร์ที่ถูกต้องมาแล้วให้ใช้แท็บdriverในไดอะล็อก Properties ของไดรฟ์ซีดีนั้น ๆ เพื่อเริ่ม ต้นกระบวนการอัปเดต

- ตรวจการอัปเดตเฟิร์มแวร์ เป็นโปรแกรมที่เป็นตัวดำเนินการต่อไดรฟ์ซีดี และปกติจะถูกบันทึกอยู่บน ชิปที่อยู่ในส่วน ชุดอิเล็กทรอนิกส์ มีบางกรณีที่เฟิร์มแวร์อาจมีข้อบกพร่องจนเป็นผลให้ไดรฟ์เกิดปัญหาได้ปกติมัก จะเกิดเมื่อจับคู่ฮาร์ดแวร์กับ os เวอร์ชันหนึ่ง ๆขณะหสไดรเวอร์อัปเดต ก็ควรที่จะดูการอัปเดตเฟริร์แวร์ด้วย

- เปลี่ยนไดรฟ์ใหม่ ถ้าขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวในข้างต้นนี้ยังไม่ช่วยแก้ปัญหาของไดรฟ์ซีดีได้เลย ก็อาจต้งถึงขั้นเปลี่ยน ไดรฟ์ตัวใหม่ที่ใช้ยี่ห้อและรุ้นอื่น วิธีนี้อาจช่วยแก้ไขได้ในเรื่องของ คอมแพทิเบิลหรือปัญหาด้านสมรรถนะที่อาจเกิดขึ้นได้ ในบางครั้ง

ปัญหาที่เกิดจาก CD-ROM Drive ได้รับแจ้งข้อความว่า "Buffer underrun at sector"
คำ ว่า "Buffer underrun" เป็นตัวแจ้งบอกว่ามีการขัดจังหวะในการไหลของ ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์เข้าสู่เครื่องบันทึกซีดี เป็นเวลานาน พอจนทำให้บัฟเฟอร์ของซีดีว่างเปล่าลง และมีผลทำให้กระบวนการเขียนนี้ยุติลง ถ้าเกิดสิ่งนี้ขึ้นระหว่าง ดำเนิน การเขียนจริง แผ่นซีดีนั้นก็อาจจะเสียหายไปเสียแล้ว เพื่อหลีกเลียงปัญหา Buffer underrun คุณควรจะลดโหลดภาระ ต่าง ๆ ของระบบลงให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ให้แน่ใจว่าสกรีนเซฟเวอร์ หรือโปรแกรมแบบฝังตัวในหน่วยความจำ ให้ ปิดวินโดวส์ใด ๆ ที่เปิดอยุ่ลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดูว่าฮาร์ดดิสก์ขณะนั้นไม่ควรทำงานผ่านเน็ตเวิร์ก

ข้อผิดพลาดบ่งชี้ว่าดิสก์ปลายทางมีขนาดเล็กกว่าดิสก์ต้นทาง
ข้อ ผิดพลาดนี้มักเกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามจำทำซีดีที่มีอยู่แล้วไปยัง CD-R ไม่มีพื้นที่เพียงพอในแผ่น CD-R ที่จะคัดลอก จาก ซีดีต้นทาง ให้ลองใช้แผ่นเปล่า CD-R ใช้แผ่นขนาด 74 นาทีแทนที่จะใช้แผ่นขนาด 60 นาที

ได้รับแจ้งข้อความว่า "No write data (buffer empty)"
การ ไหลของข้อมูลเข้าไดรฟ์ CD-R ต้องมีความน่าเชื่อถือ ( reliable ) อย่างยิ่งเพื่อให้บัฟเฟอร์ที่กำลังใช้งาน ที่ตคอยจัด เตรียมข้อมูลให้พร้อมในการเขียนลงดิสก์อยู่นั้ไม่ว่างลง คำาแจ้งนี้บ่งบอกว่าการไหลข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์เข้า เครื่องบันทึก ซีดีถูกขัดจังหวะ ( คล้ายกับข้อผิดพลาด " Buffer Undrrun ) ให้แน่ใจว่าในขณะทำการเขียนดิสก์ไม้ได้ใช้สกรีนเซฟเวอร์ ยูทีลิตี้ TSR ใด ๆ หรือเปิดวินโดว์ใด ๆ ที่อาจส่วผลขัดจังหวะการทำงานเขียนดิสก์ได้ และฮาร์ดดิสก์ที่นำมา ใช้งาน นี้ไม่ ควรจะทำงานผ่านเน็ตเวิร์ก เรื่องต้องสงสัยต่อมาก็คือการเซ็ตอัป SCSI ตำแหน่งของเครื่องบันทึกซีดีแบบ SCSI ใน SCSI chain หรือความยาวของสาย SCSI ระหว่างอัปเต็ทเตอร์ SCSI และเครื่องบันทึกซีดี ซึ่งอาจเป็น ตัวการทำ ให้ส่ง ข้อมูลช้าลงด้วย ให้พยายามต่อเครื่องบันทึกซีดีไว้เป็นอุปกรณ์ตัวแรกของ SCSI chain ( คุณอาจจำเป็นต้องทำ ส่วนปลาย จบของ SCSI chain ใหม่อีกครั้ง ) และทำให้สาย SCSI สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ได้รับแจ้งว่า " Read file error "
ไฟล์ ตามที่อ้างอิงาจาก Vitrual image database ( เมื่อเขียนแบบ on the fly ) ไม่สามารถหาตำแหน่งได้พบหรือเข้าถึงได้จากไดรฟ์ต้นทาง ให้แน่ใจว่าไฟล์ต้องสงสัยนี้ไม่ได้ถูกใช้อยู่ทั้งจากคุณและคนอื่นบนเน็ต เวิร์ก ไฟล์นี้ยังอาจเสียหายก็ได้ให้ออกจากแอปพลิเคชั่น CD-R และรัน ScanDisk และ Defrag เพื่อตรวจสอบระบบไฟล์เพื่อค้นหาปัญหา คุณอาจจำเป็นต้องโหลดไฟล์ต่าง ๆ ทีเสียหายจากที่ทำสำรองเข้ามาใหม่

ได้รับแจ้งข้อความว่า " Write emergency "
ข้อ ผิดพลาดนี้เกิดขึ้นถ้าไดรฟ์ถูกขัดจังหวะระหว่างทำการเขียน มักพบในกรณีเขียน Red Book audio แต่ก็ยังเกิดขึ้น ได้กับการบันทึกข้อมูลด้วย ตัวอย่างเช่น อาจมีอนุภาคฝุ่นอยู่ทำให้เลเซอร์กระโดดข้ามไปบางแทร็ก ส่วนใหญ่แล้วก็จะทำให้ CD-R เสีย และต้องกระทำการเขียนบันทึกใหม่ด้วยแผ่นซีดีคุณภาพดี

ไม่สามารถเพิ่มข้อมูลเข้าในดิสก์ CD-RW ได้อีก
มี อยู่หลายสาเหตุที่มีผลป้องกันไม่ให้เพิ่มไฟล์เข้าไปในดิสก์ที่เคยเขียนไป แล้ว อย่างแรก ตรวจสอบพื้นที่ว่าง บนดิสก์คุณไม่ สามารถเพิ่มไฟล์ขนาด 100MB เข้าบนดิสก์ที่เหลือพื้นที่ว่างเพียง 50MB ต่อมาให้ดูที่ความแตกต่าง ระหว่างไดรฟ์และ ซอฟท์แวร์ คุณอาจพบปัญหาการเปลี่ยนเวอร์ชันของซอฟท์แวร์ หรือนำไปเขียนบนพีซีอีกตัวที่ใช้ไดรฟ์และซอฟท์แวร์ต่างไป

ไดรฟ์ CD-ROM ไม่อ่านดิสก์ CD-RW
เป็น ปัญหาที่มักพบในเรื่อของไดรฟ์รุ่นเก่า CD-ROM เองที่เป็นรุ่นเก่าเกินไป ในไดรฟ์ CD-ROM รุ่นเก่าปกติ จะไม่ คอมแพทิเบิลกับ Multi-Read/UDF และไม่สามารถอ่านดิสก์ UDF formated ได้ เครื่องเล่น CD audio ก็ไม่ สามารถอ่านดิสก์ UDF ได้ ถ้า CD-ROM ของคุณไม่เป็น Multi-Read-complaint คุณก็จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นรุ่นที่ Multi-Read-complaint หรือบันทึกดิสก์ของคุณในรูปแบบของ ISO9660 ที่ใช้ไดรฟ์ CD-RW หรือ CD-R ได้รับ แจ้งข้อผิดพลาดว่า "CD-RW isnot under Direct CD control"โดยทั่วไปจะพบปัญหานี้เฉพาะใน Windows 9x/Me เมื่อคุณพยายามจะลบ ฟอร์เมต หรือคัดลอกข้อมูลไปยัง CD-RW (แต่จะไม่พบปัญหาเช่นนี้ใน Windows XP) ปัญหาชนิดนี้มักพบเมื่อใช้ไดรฟ์ Ricoh CD-RW กับซอฟต์แวร์ Roxio (Adaptec) Direct CD ปัญหานี้สามารถ เกิดได้เมื่อไดรฟ์ CD-RW ใช้เฟิร์มแวร์รุ่นเก่า (ตัวอย่างเช่น ไดรฟ์ Ricoh CD-RW ที่มีเฟิร์มแวร์ v.2.03 หรือก่อนหน้า) หรือถ้าคุณใช้ Roxio (Adaptec) DirectCD 2.0 หรือก่อนหน้า ให้ลองอัปเดตเฟิร์มแวร์ ของไดรฟ์และ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ เขียนซีดี

สื่อ CD-RW ไม่สามารถนำมาใช้ได้เมื่อ UDF format ถูกขัดจังหวะ
ถ้า ไฟดับในขณะฟอร์แมตดิสก์ CD-RW ดิสก์นี้ก็จะนำไปใช้กับแอปพลิเคชั่นใด ๆ อีกไม่ได้ และจะทำการฟอร์แมต อีกครั้ง ไม่ได้ด้วย การแก้ปัญหานี้ ให้ใช้ความสามารถ DirectCD Full Erase เพื่อลบ (wrip) ดิสก์ แล้วลองพยายามฟอร์แมตอีก ครั้ง ถ้ายังไม่ได้อีก ก็คงต้องทิ้งแผ่นนี้

ไดรฟ์ CD-RW ไม่สามารถแสดงใน My Computer หรือ Windows Explorer
เป็น ผลจากไดรฟ์ถูกปลดออกจากระบบ มีได้หลายสาเหตุ ถ้าไดรฟ์ไม่แสดงใน Explorer ให้คลิก View จากเมนูแล้วคลิก Refresh อาจจะต้องรีบูตคอมพิวเตอร์ (จาก cold start) เพื่อให้ PnP BIOS จำไดรฟ์ CD-RW ได้ใหม่ ลำดับต่อมา ให้ตรวจสายของไดรฟ์ให้แน่ใจว่าสายเพาเวอร์เสียบไว้ถูกต้องและแน่นดีแล้ว ทดสอบไฟจ่ายเข้าโดยกดเปิด และปิดถาดโดย ใช้ปุ่ม Eject และให้แน่ใจว่าสายสัญญาณ SCSI หรือ IDE ของไดรฟ์เสียบไว้ถูกด้านในระหว่างตัวไดรฟ์กับ คอนโทรล เลอร์ของไดรฟ์ อาจเป็นไปได้ว่าคุณได้ติดตั้ง CD-RW ไว้เป็นอุปกรณ์ "Master" IDE ตรวจให้แน่ใจว่าจั๊มเปอร์ของ ไดรฟ์กำหนด ไว้ถูกต้องแล้ว และดูว่าอุปกรณ์ตัวอื่นบนแชนเนลเดียวกันได้กำหนดจั๊มเปอร์ไว้เป็นแบบ "Slave" ถ้าใช้ไดรฟ์ SCSI CD-RW ให้ดูที่ SCSI ID ของ CD-RW ว่าไม่ซ้ำกับอุปกรณ์ตัวอื่น และต่อใน SCSI chain ไว้ถูกต้องรวมถึงส่วนปลายจบด้วยให้แน่ใจได้วาได้ใช้ไดรเวอร์ CD-RW และซอฟต์แวร์ยูทิลิตี้รุ่นใหม่ล่าสุด ถ้ายังไม่หาย ให้ลองไดรฟ์ CD-RW ตัวอื่นหรือคอนฟิกไดรฟ์นี้ใหม่หมด ให้มีเพียงตัวเดียวบนแชนเนลของคอนโทรลเลอร์

ได้รับแจ้งข้อผิดพลาดเมื่อดับเบิลคลิกไอคอน CD-RW
เป็นไปได้หลายสาเหตุ โดยทั่วไปก็มีสาเหตุจากไดรฟ์ไม่สามารถอ่านดิสก์ได้ ให้ตรวจสอบด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- ไม่มีซีดีในไดรฟ์ CD-RW ให้ใส่ซีดีคุณภาพดี และลองทำการอ่านอีกครั้ง
- หลังจากใส่แผ่นซีดี อาจต้องรอสักพักไดรฟ์ CD-RW จึงจะอ่านข้อมูลของดิสก์ เมื่อไฟ LED ที่แผงหน้าหยุดกะพริบ และค้างเป็นสีเขียว ให้คลิกไอคอนของไดรฟ์ CD-RW อีกครั้ง
- เป็นไปได้ว่าซีดีอาจใส่ในไดรฟ์ไว้กลับด้าน หรือวางเยื้องศูนย์กลางไปเล็กน้อย ให้ใส่แผ่นซีดีใหม่อีกครั้ง วางให้ด้านฉลากหงายขึ้น
- คุณอาจกำลังอ่านแผ่นเปล่าของ recordable CD อยู่ ให้คัดลอกข้อมูลบางอย่างเข้าในดิสก์ และลองอ่านอีกครั้ง

ได้รับแจ้งข้อผิดพลาดว่า "invalid mewdia" เมื่อพยายามจะบูตจาก CD-RW
เกือบ ทุกแพล็ตฟอร์มในปัจจุบัน เป็นไปได้ว่าจะบูตจากไดรฟ์ CD-RW แทนฟลอบปี้ดิสก์และฮาร์ดดิสก์ ข้อผิดพลาด "invalid mewdia" จากไดรฟ์ CD-RW โดยทั่วไปหมายถึงว่าดิสก์ไม่มีไฟล์บูตสแตรปที่จำเป็นต้องการเริ่มต้นกระบวน การบูตและโหลดระบบปฏิบัติการ หรือก็เป็นที่ตัวดิสก์เองที่ไม่ได้สร้างไว้เป็นแบบบูตได้ ให้ลองใช้แผ่นที่บูตได้
การแก้ปัญหานี้ ให้นำดิสก์นี้ออกจาก CD-RW ระหว่างบูต ไบออสจะข้าม CD-RW และไปยังไดรฟ์ตัวถัดไปที่กำหนดไว้ใน Boot order

อ่านแผ่นดิสก์ไม่ได้
ระบบ ปฏิบัติการแจ้งว่า "secter not found" . "drive not ready" หรือข้อผิดพลาดอื่นๆ ที่เป็นเรื่องของการอ่าน (read) แผ่น ให้ตรวจที่แผ่นดิสก์ว่าใช้ถูกฟอร์แมตหรือไม่ วางแผ่นให้ถูกต้อง และเป็นแผ่นที่สะอาดอีกอย่างหนึ่งคือ ให้ตรวจสอบสายจ่ายไฟและสายสัญญาณระหว่างไดรฟ์และการ์ดคอนโทรลเลอร์ ให้แน่ใจว่าเสียบไว้ถูกต้องและแน่นดีแล้ว ถ้ายังไม่หายก็เป็นไปได้ว่าหัวอ่านแสงหรือส่วนอีเล็กทรอนิกส์ของไดรฟ์น่าจะ บกพร่อง ทางออกที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนไดรฟ์ตัวใหม่

พบกับคำแจ้งข้อความผิดพลาดว่า "not ready reading from drive D: "
ถ้า ไบออสจำไดรฟ์ได้อย่างถูกต้อง และแสดงเป็นรายการใน Device Manager ถูกต้องด้วย ปัญหานี้น่าจะอยู่ที่ตัวสื่อ หรือกลไกอื่น ให้แน่ในว่าใช้ดิสก์ถูกชนิดและใส่ไว้อย่างถูกต้องดีแล้วในไดรฟ์ ควรตรวจสอบกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในไดรฟ์ และเสียงมอเตอร์หมุนแผ่นดิสก์ด้วย ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเลย ไดรฟ์อาจจะเสียแล้วก็ได้

Windows XP อ่านดิสก์ข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถเล่น CD audio ได้
เกือบ จะทุกกรณีจากการที่ Windows XP ไม่ได้ติดตั้ง audio codecs ที่ถูกต้องสำหรับการชฃซับพอร์ต CD audio playback ให้เปิด Control Panel เลือก Sounds , Speech and Audio Devices เลือก Sounds And Audio Devices แล้วคลิกแท็บ Hardware กับ Audio Codecs ถ้าไม่มีอยู่ในรายการนี้ คุณก็จำเป็นต้องเพิ่มมันเข้า ไปด้วย Add New Hardware Wizard

Windows XP ไม่แสดงไดรฟ์ซีดี
พบ ว่าใน Device Manager หรือ My Computer ไม่แสดงรายการของไดรฟ์ซีดีไว้เลย คุณยังอาจพบว่ามีรายการของ DVD/CD- ROM ใน Device Manager แต่มีเครื่องหมายคำถามกำกับอยู่ด้วย สิ่งนี้เป็นปัญหาจาก ซอฟต์แวร์ ที่มาจากการใช้ไดรเวอร์ผิด ให้เปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ Properties ของรายการนั้น และเลือกแท็บ Drive แล้วคลิก Uninstall ถ้ามีมากกว่าหนึ่งรายการที่มีเครื่องหมายคำถามกำกับอยู่ ก็ให้ถอนออกไปทุกตัวที่เป็นเช่นนี้ ในตอนนี้ให้ใช้เมนู Action เลือก Scan for hardware changes ซึ่งให้ผลทำให้ Windows XP ตรวจจับฮาร์ดแวร์ใหม่อีกครั้ง และติดตั้งใหม่โดยใช้ไดรเวอร์ที่เหมาะสมให้ ถ้าไม่พบไดรเวอร์ XP สำหรับไดรฟ์ซีดีที่ใช้งาน อยู่ให้ติดต่อกับผู้ผลิต ไดรฟ์ เพื่อหาไดรเวอร์ที่เหมาะสมใหม่อีกครั้ง

ได้รับแจ้งข้อความว่า "CD-ROM can run , but results may not be as expected"
พบ ใน Windows 9x/Me ที่ใช้ไดรเวอร์แบบเรียลโหมด ซึ่งหมายถึงว่าไดรฟ์รันใน MS- Dos Compatibility Mode ถ้าไดรเวอร์โปรเท็กซ์โหมดพร้อมใช้งานได้อยู่ ก็จะใช้ไดรเวอร์เหล่านั้นแทน ทางออกคือคุณควรจะ ดาวน์โหลดและ ติดตั้งไดรเวอร์แบบโปรเท็กซ์โหมดจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต

เมื่อพยายามจะเข้าดูลิสต์ของไดเรกทอรี กลับพบคำแจ้งข้อความว่า "Not reading drive [ตัวอักษรระบุชื่อไดรฟ์]:"
สิ่ง นี้เป็นปัญหาของการสื่อสารระหว่าง SCSI host controller และ CD-ROM ,CD-RW เป็นเหตุให้ได้ SCSI ID ไม่ตรงกับที่ไดรฟ์ต้องการ ขั้นตอนแรกให้ปิดเครื่อง และตรวจดูไดรฟ์ว่าถูกเชื่อมต่อไว้ ถูกต้องกับ SCSI host controller และต้องแน่ใจว่าใส่แผ่นซีดีในไดรฟ์ไว้ถูกด้านด้วย ถ้ายังไม่หาย ให้เปลี่ยนค่ากำหนดสวิตช์ของไดรฟ์ เพื่อเลือกหมายเลข ให้อุปกรณ์ SCSI ใหม่ รีบูตเครื่องและพยายามเข้าดูลิสต์ของไดเรกทอรีใหม่อีกครั้ง ถ้ายังมีคำแจ้งข้อผิดพลาดเดิมอีก คุณอาจต้องลองหมายเลข SCSI device ID ใหม่หลาย ๆ เลข และคุณยังอาจต้องอัปเกรด SCSI controller ด้วย อะแด็ปเตอร์แบบ PnP ที่ออกแบบมาสำหรับบัส PCI

คุณไม่สามารถเข้าถึงตัวอักษรระบุไดรฟ์ซีดีรอมใน DOS ได้เลย
บาง ทีไดรฟ์ยังคงทำงานได้อย่างปกติใน Windows 9x/Me/XP แต่คุณก็อาจพบคำแจ้งข้อผิดพลาดเช่น " Invalid drive specification" เมื่อพยายามจะเข้าใช้ไดรฟ์ใน DOS ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ในเมื่อไดรฟ์ยังทำงานได้ดี แต่เกิดปัญหากับการใช้ไดรเวอร์เรียลโหมดของซีดีรอม ก็น่าจะเป็นไปได้ว่าไม่ได้มีการโหลดไดรเวอร์ low-level หรือ MSCDEX ตรวจไฟล์ CONFIG.SYS และดูว่าส่วนไดรเวอร์ low-level ของไดรฟ์ซีดีกำหนดรายการไว้ถูกต้องหรือไม่ แล้วตรวจสอบที่ไฟล์ AUTOEXEC.BAT ในบรรทัด MSCDEX และตรวจสอบถึงสวิตซ์ของแต่ละบรรทัดคำสั่งด้วย

พบคำชี้แจ้งข้อผิดพลาดว่า cd-rom drive is not found
ปัญหา เช่นนี้อาจเกิดการโหลด ไดรเวอร์ด้วย เป็นไปได้หลายสาเหตุ ที่ไม่พบ ฮาร์ดแวร์ไดรฟ์ ปัญหา จากไฟจ่ายและสัญญาณก็เป็นไปได้ ให้แน่ใจว่าเสียบสายไฟ แบบ4พินไว้ถูกต้องและแน่นดีแล้ว ถ้าไดร์ต่อด้วยสายแยกแบบสาย Y ก็ให้เปลี่ยนไป ใช้แบบสายต่อตรงจากเพาเวอร์ซัพพลาย ใช้โวลต์มิเตอร์วัดแรงดัน+5 โวลด์ (พิน4) และ +12 โวลด์(พิน 1) ถ้าแรงดันตัวใดตัวหนึ่ง (โดยเฉพาะค่า+12โวลด์) ต่ำมากหรือไม่มี่ค่าเลย ให้เปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลายใหม่ ต่อมาให้ดูที่สายสัญญาณของไดรฟ์ว่า เสียบสายไว้ถูกต้อง แล้วที่ ตั้งตัวไดรฟ์และส่วนคอนโทรลเลอร์ ถ้าสายหักหรือเสียหายก็ให้เปลี่ยนสายใหม่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่ากำหนด Master/ Slave drive ID บนไดรฟ์ไม่ได้ขัดแย้งกับไดรฟ์อื่นที่อยู่บนแชนแนลเดียวกัน (ซึ่งเป็นสิ่งที่มักหลงลืมกัน ในการติดตั้งใหม่ หรืออัปเกรด) ถ้าซีดีรอมใช้อินเตอร์เฟรช SCSI ให้แน่ใจว่าสาย SCSI bus ต่อปลายทั้งสองไว้ถูกต้องแล้ว ถ้ายังไม่หายให้ เปลี่ยนไดรฟ์คอนโทรลเลอร์เป็นอันดับแรก ต่อมาถ้าจำเป็นก็ให้เปลี่ยนไดรฟ์ซีดีรอมใหม่ ถ้ายังไม่หายอีก ให้เปลี่ยนยี่ห้อใหม่ด้วย

พบกับคำแจ้งข้อผิดพลาดว่า "Unable to detect ATPAPI CD-ROM drive,device drive not loaded"
แสดง ว่าคุณมีปัญหากับการคอนฟิกส์ฮาร์ดแวร์คอนโทรลเลอร์ไดรฟ์ IDE/EIDE/UDMA ให้ตรวจสอบสายสัญญาณ ก่อนเป็นอย่างแรก ให้แน่ใจว่าสายสัญญาณ 40 พินเสียบไว้ถูกต้องระหว่างไดรฟ์และคอนโทลเลอร์ไดรฟ์ ATAPI IDE CD-ROM โดยทั่วไปจะติดตั้งบนพอร์ต secondary 40-pin IDE ให้แน่ใจว่าไม่มีอุปสรรคใด ๆ ในระบบที่ใช้ IRQ หรือ I/O address ค่าเดียวกับพอร์ต secondary IDE ที่ใช้นี้ (แต่ก็ไม่พบัญหานี้เท่าใดในะบบ PnP ในปัจจุบัน) และให้แน่ใจว่าค่ากำหนด Master/Slave ของไดรฟ์ถูกต้องแล้ว ถ้าใช้ไดรฟ์เวอร์ในDOS ให้แน่ใจว่า สวิชต์ของคำสั่ง ในไดรฟ์เวอร์ low-level ใน CONFIG.SYS กำหนดไว้ถูกต้องแล้ว หรือลองบูตจากดิสเกตต์สตาร์ตอัปของ Window 98/ME/XP แบบให้ซัพพอร์ตไดรฟ์ซีดี

ถาดไม่เปิด
หากเป็น กรณีที่จ่ายไฟและระบบรู้จักไดรฟ์นี้แล้ว มีเพียงสองสิ่งที่จะล็อคถาดของดิสก์ไว้ได้ อย่างแรก ให้ปิดทุกแอปพลิเคชั่น ซึ่งอาจเป็นตัวการล็อคถาดอยู่ เมือปิดซอฟแวร์ใด ๆ ที่รันในฉากหลังแล้ว ให้ลองรีบูตพีซี ดูว่าถาดเปิดได้หรือยัง ถ้าไม่มี ซอฟแวร์ล็อคใด ๆ ล็อคถาดอยู่เลย แผ่นซีดีก็อาจติดคาอยู่ก็ได้ ในกรณีให้ปิดเครื่องพีซี และใช้ลวดแยงเข้าไปในรูฉุกเฉิน เพื่อ ให้ถาดเปิดออก แล้วหยิบแผ่นออกไป

พบว่าไฟ LED ของซีดีรอมติดอยู่ตลอดเวลา
สิ่ง นี้ไม่ใช่ปัญหาเสมอไป ไดรฟ์ซีดีรอมบางรุ่นใช้ไฟLED เป็นตัวบอกว่าพร้อมทำงานแล้ว แทนที่จะเป็นตัวบอกว่า กำลัง ทำงานอยู่ เมื่อมีแผ่นซีดีโหลดเข้าไปในไดรฟ์ ไฟ LED จะติดและคงติดอยู่อย่างนั้น แม้ว่าจะยังไม่มีการเข้าใช้แผ่นเลย บางรุ่นก็อาจจะแสดงไฟ LED ติดแต่จะกระพริบเมื่อมีเข้าใช้แผ่น หรือบางรุ่นก็จะมีจั๊มเปอร์ฝให้เลือกวิธีแสดงไฟ LED จาก Ready Mode เป็น Busy Mode อย่างไรก็ตาม มันคงไม่ใช้เรื่องจำเป็นนักที่ต้องมาเปลี่ยนพฤติกรรมของไดรฟ์หนึ่งๆ

Credit liberta

รวมปัญหาปัญหาที่เกิดจาก Mainboard

เมนบอร์ด (Mainboard) เป็นแผงวงจรหลักในคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นแผ่นเซอร์กิต PCB (Print Circuit Board) ใช้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคต่าง ๆ รวมทั้ง ซีพียู, หน่วยความจำหรือ RAM และแคช (Cache) ซึ่งหน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับพักข้อมูลระหว่างซีพียูและแรม
อุปกรณ์ ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งซึ่งอยู่บนเมนบอร์ดได้แก่ ชิปเซ็ต (Chipset) ภายในประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ขนาดเล็กจำนวนหลายล้านตัว ผลิตด้วยเทคโนโลยีการทำงานระหว่างอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมนบอร์ดแต่ละยีห้อและแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกัน นอกจากนี้บนเมนบอร์ดยังมีช่องสำหรับเสียบการ์ดเพิ่มเติมที่เรียกว่า สล็อต (Slot) ซึ่งการ์ดจอ, การ์ดเสียง ฯลฯ ต่างก็เสียบอยู่บนสล็อต นอกจากนี้เมนบอร์ดในปัจจุบัน ยังได้รวมเอาส่วนควบคุมการทำงานต่าง ๆ ไว้บนตัวเมนบอร์ดอีกด้วย ได้แก่ ส่วนควบคุมฮาร์ดดิสก์ (Harddisk Controller), พอร์ตอนุกรม (Serial Port), พอร์ตขนานหรือพอร์ตเครื่องพิมพ์ (Printer Port), พอร์ต PS/2, USB(Universal Serial Bus) รวมทั้ง Keyboard Controller สำหรับอุปกรณ์อื่นที่มีมาตั้งแต่เริ่มกำเนิดเมนบอร์ดได้แก่ ROM BIOS และ Real-Time Clock เป็นต้น

อาการเสียที่เกิดจากเมนบอร์ด
เมน บอร์ดเป็นที่รวมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งภายในคอมพิวเตอร์จึงมีปัญหาต่อ เนื่องเกี่ยวพันกับอุปกรณ์อื่นเช่น ซีพียู แรม หรือการ์ดติดตั้งต่าง ๆ สำหรับปัญหาที่ผู้ใช้มักพบเห็นที่เกี่ยวกับเมนบอร์ดดังนี้

? ปัญหาที่ 1 รู้ได้อย่างไรว่าเมนบอร์ดที่ใช้อยู่ รองรับอุปกรณ์ Onboard อะไรบ้าง
วิธี แก้ หากอยากรู้ว่าคอมพิวเตอร์หรือเมนบอร์ดที่ใช้อยู่มีอุปกรณ์ Onboard อะไรแถมมาด้วยก็ไม่ยาก โดยให้ดูที่ด้านท้ายเคสซึ่งจะมีพอร์ตสำหรับต่อเมาส์ และย์บอร์ด ถ้าหากเมนบอร์ดมีอุปกรณ์ Onboard อื่นให้มาด้วยก็จะมีพอร์ตสำหรับอุปกรณ์นั้นเช่น พอร์ต Modem, Lan, VGA, Sound คือถ้าพบมีพอร์ตดังกล่าวอยู่ท้ายเคสก็ให้เสียบใช้งานได้ทันที

? ปัญหาที่ 2 การ์ดจอ Onboard เสียจะทำอย่างไร
ปัญหา นี้จะแสดงอาการออกมาในลักษณะเปิดเครื่องได้เห็นไฟเข้าเครื่องทำงานปกติแต่ หน้าจอจะไม่มีภาพอะไรเลย ผู้ใช้หลายคนนึกว่าเมนบอร์ดเสีย จึงไปหาซื้อเมนบอร์ดมาเปลี่ยนใหม่ทำให้สูญเสียเงินไปโดยใช่เหตุ
สาเหตุ เป็นเพราะระบบแสดงผลของชิปเซ็ตบนเมนบอร์ดเสีย ทำให้ไม่มีภาพปรากฏบนหน้าจอ
วิธี แก้ ให้ทำการจัมเปอร์บนเมนบอร์ดเป็น Disable หรือกำหนดค่าในไบออสให้เป็น Disable ขึ้นอยู่กับรุ่นของเมนบอร์ด แล้วนำการ์ดจอมาติดตั้งลงในสล็อต AGP แทน หากเป็นรุ่นที่ไม่มีสล็อต AGP ก็คงต้องหาซื้อการ์ด PCI มาติดตั้งแทน

? ปัญหาที่ 3 เมนบอร์ดมีการ์ดเสียง Onboard ไม่ทำงาน
ปัญหานี้มีลักษณะคล้ายกับปัญหาการ์ดจอ Onboard แต่ส่วนใหญ่การ์ดเสียง Onboard ที่มีปัญหาใช้งานไม่ได้
- สาเหตุ
1. ยังไม่ได้กำหนดให้ใช้งานวงจรเสียงได้จากไบออส
2. ยังไม่ติดตั้งไดรเวอร์สำหรับวงจรเสียงดังกล่าว
3. อาจเป็นส่วนของวงจรเสียงในชิปเซ็ตเสีย
- วิธีแก้
1. กำหนดค่าในไบออสโดยเลือกหัวข้อ Integrated Peripherals
2. เลือกหัวข้อ Onboard Hardware Audio และกำหนดค่าเป็น Enabled
3. Save ค่าไว้และออกจากไบออสบู๊ตเครื่องใหม่
4. ใช้แผ่นไดรเวอร์เมนบอร์ดติดตั้งไดรเวอร์เสียงลงใน Windows
5. หากติดตั้งแล้วใช้การไม่ได้แสดงว่าส่วนวงจรเสียงเสีย ให้ Disabled ยกเลิกการใช้งานในไบออส แล้วหาซื้อการ์ดเสียงมาติดตั้งใหม่

? ปัญหาที่ 4 จะติดตั้งพอร์ต USB ของตัวเครื่องเข้ากับเมนบอร์ดได้อย่างไร
สาเหตุ เมนบอร์ดทั้วไปมักจะมีพอร์ต USB ติดตั้งมาให้จำนวน 2 พอร์ต โดยจะมีขั้วพอร์ต USB ให้อีก 1 ช่องสำหรับต่อพอร์ต USB ได้อีก 2 พอร์ต ซึ่งพอร์ตต่อเพิ่มพอร์ต USB มักเป็น Options เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มเอาเองแต่ในตัวเคสรุ่นใหม่ที่ด้านหน้าหรือด้านข้างมัก จะมีพอร์ตเสริม USB มาให้อีก 2 พอร์ต
วิธีแก้ การติดตั้งพอร์ตเสริม USB ของตัวเคสจำนวน 2 พอร์ต เพื่อให้ใช้งานได้จะต้องนำสายสัญญาณและสายจ่ายไฟจำนวน 8 เส้นมาเสียบต่อเข้ากับช่องต่อพอร์ต USB บนเมนบอร์ดโดยจะต้องดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบด้ยอย่าเสียบผิดสายเพระสาย USB จะมีไฟเลี้ยงอยู่ด้วย จะทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงเสียหายได้ สำหรับขั้นตอนการติดตั้งพอร์ต USB ตัวเครื่องเข้ากับเมนบอร์ดดังนี้
1. เปิดฝาเครื่องออกมาและหาตำแหน่งขั้วต่อพอร์ต USB บนเมนบอร์ด โดยที่ขา 1 จะมีเส้นทึบสีขาวขีดคร่อมอยู่
2. นำสายสัญญาณและสายจ่ายไฟพอร์ต USB จากเมนบอร์ดมาเรียงไว้ โดยสายจะมี 2 ชุด ๆ ละ 4 เส้น
3. นำสายทั้ง 2 ชุดเสียบเข้ากับขั้วต่อพอร์ต USB บนเมนบอร์ดโดยดูจากคู่มือเมนบอร์ดประกอบกันด้วยอย่าสลับสายกันเป็นอันขาด

? ปัญหาที่ 5 ใช้งานพอร์ต USB 2.0 ผ่านเครื่องพิมพ์ ไม่เห็นความเร็วเพิ่มขึ้น
สาเหตุ พอร์ต USB 2.0 เป็นพอร์ตมาตรฐานเพิ่งออกมาใหม่ รองรับความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้สูงถึง 480 Mbps หรือเร็วกว่าพอร์ต USB 1.1 ถึง 40 เท่าแต่ใช่ว่าเมื่อเมนบอร์ดรองรับพอร์ต USB 2.0 แล้วจะสามารถใช้งานได้เลย ต้องทำการติดตั้งไดรเวอร์ของ USB 2.0 ให้ถูกต้องเสียก่อน
วิธีแก้ สำหรับวิธีการตรวจดูว่าคอมพิวเตอร์ของเรา ได้ติดตั้งและใช้ความสามารถของพอร์ต USB 2.0 แล้วหรือยังมีดังนี้
1. ใน Windows XP ให้คลิกปุ่ม Start>Control Panel>Switch to classic view
2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน system
3. คลิกแท็ป Hardware
4. คลิกปุ่ม Device Manager
5. คลิกเครื่องหมาย + หน้า Universal Serial Bus controllers จะพบว่ามีแต่ไดรเวอร์ของ USB 1.1 ติดตั้งไว้เท่านั้น สำหรับ USB 2.0 ยังไม่ได้ติดตั้ง (มีเครื่องหมายตกใจสีเหลืองหน้าตัว Universal Serial Bus (USB) Controller
6. ให้ติดตั้งไดรเวอร์ USB 2.0 โดยการคลิกเมาส์ขวาที่ตัว Universal Serial Bus (USB) Controller และเลือก Update Driver?
7. เมื่อปรากฏหน้าจอให้ Update Driver ให้ใส่แผ่นซีดีรอมไดรเวอร์ของเมนบอร์ดเข้าเครื่องและคลิกเลือกหัวข้อ Install the software automatically และดำเนินการตามขั้นตอนที่ปรากฏหน้าจอต่อไป
8. ในขั้นตอนที่ 6 หากต้องการติดตั้งไดรเวอร์ USB จากแผ่นไดรเวอร์เมนบอร์ดโดยตรงก็สามารถทำได้โดยใส่แผ่นไดรเวอร์เข้าไปใน เครื่องเพื่อให้รันโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะปรากฏหน้าจอให้เลือกข้อ VIA USB 2.0 Driver และดำเนินการไปตามข้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอไปจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นจะบู๊ตเครื่องขึ้นมาใหม่
9. ให้เข้าไปตรวจสอบสถานะของไดรเวอร์ USB 2.0 ว่าได้รับการติดตั้งแล้วหรือไม่โดยเข้าไปที่ Control Panel ซึ่งจะพบว่ามีไดรเวอร์ของ USB 2.0 ได้รับการติดตั้งแล้วคือ USB 2.0 Root Hub และ VIA USB 2.0 Enchanced Host Controller เพียงเท่านี้เมื่อมีการใช้งานพอร์ต USB 2.0 เช่น สั่งพิมพ์งานเอกสารด้วยเครื่องพิมพ์งานเอกสารด้วยเครื่องพิมพ์ผ่านพอร์ต USB 2.0 งานพิมพ์แทบจะวิ่งออกมาทีเดียว

? ปัญหาที่ 6 เปิดสวิทซ์แล้วเครื่องไม่ทำงานใด ๆ เลยไฟก็ไม่ติด ไม่มีเสียงร้อง
- สาเหตุที่ 1 ปลั๊ก Power Supply หลวม
วิธีแก้ ให้ลองขยับปลั๊ก Power Supply ทั้งทางด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์และที่เต้าเสียบให้แน่น
- สาเหตุที่ 2 อาจเป็นที่ Power Supply เสีย
วิธี แก้ ให้ลองตรวจเช็คว่ามีไฟฟ้าออกจาก Power Supply ถูกต้องหรือไม่วิธีสังเกต ถ้าเป็นสายไฟสีแดงจะมีค่า +5 Volt ถ้าเป็นสายสีเหลืองจะมีค่า +12 Volt หรืออาจสังเกตง่าย ๆ ขั้นต้นว่าเมื่อเปิดสวิทซ์นั้นพัดลมที่ติดอยู่กับ Power Supply หมุนหรือไม่ และเป็นไปได้ที่บางครั้ง Power Supply อาจจะเสียแต่พัดลมยังหมุนอยู่ เราอาจจะลองนำ Power Supply ตัวอื่นที่ไม่เสียมาลองเปลี่ยนดูก็ได้ ถ้าเสียก็ซื้ออันใหม่มาเปลี่ยน เอาแบบวัตต์สูง ๆ ก็จะดี
- สาเหตุที่ 3 เป็นที่เมนบอร์ดเสีย
วิธีแก้ ถ้า Power Supply ไม่เสียมีไฟเลี้ยงเข้าเมนบอร์ดตามปกติ ให้ลองเช็คโดยการถอดการ์ดต่าง ๆ และ RAM ออกหมด ถ้าเปิดเครื่องแล้วไม่มีเสียงร้องแสดงว่าเมนบอร์ดหรือ CPU เสีย แต่ถ้ามีเสียงร้องแสดงว่าอุปกรณ์บางตัวที่ถอดออกไปเสีย และถ้าหากเมนบอร์ดเสียให้ส่งที่ร้านซ่อมหรือซื้อเมนบอร์ดใหม่
- สาเหตุที่ 4 CPU หลวม
วิธี แก้ ส่วนใหญ่เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับซีพียูประเภทซ็อคเก็ตสล็อตวัน (Slot 1) และซ็อคเก็ตสล็อตทู (Slot 2) เช่น เพนเทียมทู เป็นต้น ให้เราปิดฝาเครื่องและลองขยับซีพียูที่ดูเหมือนแน่นอยู่แล้วให้แน่นขึ้นไป อีก
- สาเหตุที่ 5 CPU เสีย
วิธีแก้ ลองหา CPU ตัวใหม่มาลองเปลี่ยนแทน ถ้าใช้ได้ละก็แสดงว่าตัวเก่าเสียแน่นอน
- สาเหตุที่ 6 เป็นที่อุปกรณ์บางตัวเสียทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
วิธีแก้ ให้ลองใส่ตรวจเช็คทีละตัว

? ปัญหาที่7 เปิดเครื่องแล้วมีเสียงร้องแต่ไม่ยอมทำงานใด ๆ
- สาเหตุที่ 1 อุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดหลวม
วิธี แก้ ถ้าอุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดหลวม จะทำให้กระบวนการเช็คค่าเริ่มต้น (POST) ของ BIOS ฟ้องค่าผิดพลาด ให้เราเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ด
- สาเหตุที่ 2 อุปกรณ์บางตัวที่อยู่บนเมนบอร์ดต่อไม่ถูกต้อง
วิธี แก้ ส่วนใหญ่มักเกิดกับ RAM ปกติเมื่อเราเปิดเครื่องแล้วมีปัญหาไม่สามารถแสดงภาพออกทางหน้าจอในตอนเริ่ม ต้นได้ Bios จะพยายามแจ้งอาการเสียผ่านทางเสียงร้องออกทางลำโพงที่อยูภายในเครื่องคอมพ์ ให้เราเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ด
- สาเหตุที่ 3 อุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดเสีย
วิธีแก้ ให้เราลองเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ดดู
- สาเหตุที่ 4 Chip บนเมนบอร์ดบางตัวเสีย
วิธี แก้ ให้ลองไปดูเครื่อง Beep Code และถ้าสาเหตุมาจาก Chip บนเมนบอร์ดให้ไปส่งร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยน Chip หรือต้องซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่ถ้าไม่มีอะไหล่

? ปัญหาที่ 8 เครื่องทำงานพื้นฐานตามปกติได้แต่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์บางตัวได้ โดยที่อุปกรณ์ตัวนั้นไม่ได้เสีย
- สาเหตุที่ 1 Chip บางตัวบนเมนบอร์ดเสีย
วิธี แก้ ให้ลองไปดูเรื่อง Beep code และถ้าสาเหตุมาจาก Chip บนเมนบอร์ดให้ไปส่งร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยน Chip หรือต้องซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่ถ้าไม่มีอะไหล่
- สาเหตุที่ 2 สล็อตหรือพอร์ตบางพอร์ตบนเมนบอร์ดเสีย
วิธีแก้ ลองเปลี่ยนการ์ดตัวนั้นไปเสียบสล็อตอื่นที่เหลือแทน แล้วลองทดสอบตามปกติ ถ้าเหมือนเดิมส่งร้านซ่อมหรือซื้อเมนบอร์ดใหม่
- สาเหตุที่ 3 เกิดการ Conflict กับอุปกรณ์ตัวอื่น
วิธี แก้ เข้าไปที่ Device Manager ให้สังเกตว่ามีเครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) แสดงว่าที่อุปกรณ์ตัวนั้นมีปัญหา ได้ดับเบิ้ลคลิกที่อุปกรณ์ตัวนั้นเพื่อเข้าสู่ Properties จากนั้นลองแก้ไขค่า Resources ต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ซ้ำกับอุปกรณ์ตัวอื่นครับ
- สาเหตุที่ 4 ไม่ได้ลงไดรเวอร์
วิธี แก้ ให้ทำการติดตั้งไดรเวอร์ลงไป โดยไดรเวอร์มักจะแถมมากับอุปกรณ์ตัวนั้น ๆ หรือถ้าหาไม่ได้ให้ลองดาวน์โหลดไดรเวอร์จากเว็บไซต์ผู้ผลิตดู
- สาเหตุที่ 5 ลงไดรเวอร์ผิดรุ่น
วิธี แก้ ในบางครั้งที่ระบบปฏิบัติการจะตรวจสอบชนิดและรุ่นของอุปกรณ์ตัวนั้น ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ผลของการตรวจสอบจะคลาดเคลื่อน ทางที่ดีควรตรวจเช็คให้แน่ว่ารุ่นของอุปกรณ์ตรงกับไดรเวอร์ที่ลงหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจให้ลงไดรเวอร์จากแผ่นโปรแกรมที่มาพร้อมกับเครื่อง

? ปัญหาที่ 9 คอมพิวเตอร์แฮงก์บ่อย ๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้
- สาเหตุที่ 1 อาจเกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์
วิธีแก้ ลองใช้โปรแกรม Antivirus เวอร์ชั่นอัพเดทตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด
- สาเหตุที่ 2 คุณภาพเมนบอร์ดไม่ถึงมาตรฐาน
วิธีแก้ อาจเป็นเพราะคุณภาพของเมนบอร์ดไม่ถึงมาตรฐานของโรงงาน ซึ่งโดยมากมักเกิดกับเมนบอร์ดที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ให้เอาไปเปลี่ยน
- สาเหตุที่ 3 ไฟล์ระบบปฏิบัติการชำรุด
วิธี แก้ ถ้ามั่นใจแล้วว่าไม่ได้เกิดจากไวรัสและสาเหตุอื่น ๆ ให้เรา Backup ข้อมูล ฟอร์แมต แล้วลงระบบปฏิบัติการและโปรแกรมใหม่ทั้งหมด

? ปัญหาที่ 10 เวลาบู๊ตเครื่องต้องกด ทุกครั้ง
สาเหตุ พบความผิดพลาดขณะทำการตรวจสอบระบบเรียกว่า Post (Power On Self Test)
วิธี แก้ เมื่อขณะเปิดเครื่อง Bios จะทำการตรวจสอบระบบเรียกว่า Post (Power On Self Test) ถ้าพบผิดพลาดจะมีข้อความแจ้งให้ผู้ใช้ทราบและหยุดรอผู้ใช้กด เพื่อทำงานต่อ ซึ่งข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่เราตั้งค่าใน Bios ว่ามีอุปกรณ์บางอย่างอยู่ในเครื่องซึ่งไม่มีอยู่จริง เมื่อ Bios ว่ามีอุปกรณ์บางอย่างอยู่ในเครื่องซึ่งไม่มีอยู่จริง เมื่อ Bios ค้นหาอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วไม่พบ อุปกรณ์ดังกล่าวจึงแจ้งความผิดพลาดให้เราทราบ ซึ่งเราอาจเข้าไปแก้ค่าต่าง ๆ ใน Bios ให้ตรงกับความจริง ปัญหาที่ Bios ก็จะหายไปเอง

? ปัญหา 11 หลังจากที่เปิดเครื่องแล้วมีแต่เสียงปี๊บ ยาวๆ เกิดขึ้นและเครื่องก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้
วิธี แก้ ตามปกติเมื่อเปิดเครื่องแล้วคุณจะได้ยินเสียงดังปี๊บสั้นๆ หนึ่งครั้ง ซึ่งเสียงนี้สื่อให้คุณรู้ว่าระบบทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีอะไรผิดพลาด ขึ้นกับอุปกรณ์ตัวหนึ่งตัวใดในเครื่องแล้ว ซึ่งกรณีนี้ส่วนใหญ่ มักเกิดจากการลืมติดตั้งการ์ดแสดงผล หน่วยความจำติดตั้งไม่แน่นหรือไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เสียงที่เกิดขึ้นนี้มีหลากหลายรูปแบบคุณจะต้องแยกให้ออก ว่าเสียงนั้นดังอย่างไร จากตัวอย่างเช่น สั้นสลับยาวหรือดังยาวๆ เพียงครั้งเดียว นอกจากนี้เมนบอร์ดที่ใช้ไบออสต่างยี่ห้อกันเสียงที่เกิดขึ้นก็จะบ่งบอก สาเหตุของปัญหาที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

Credit liberta

ที่มาโดย
http://smf.ruk-com.in.th/topic/16369-รวมการแก้ไขปัญหาทางด้าน-Hardware-[full].html



ประกาศ ขอเชิญชวน มาร่วมแบ่งปัน ทิป ไอเดีย เทคนิค และข่าวใหม่ในแวดวงคอมพิวเตอร์ ท่านสามารถสร้างกระทู้ได้เลย
ขอขอบคุณ ทุก ๆ บทความที่ได้นำมาแบ่งปัน

คลิ้กเพื่อขอบคุณผู้เขียนหัวข้อนี้


บอร์ดนี้เฉพาะสมาชิกถึงจะตอบกระทู้หรือแสดงความคิดเห็นได้

หัวข้อ เริ่มโดย อ่าน
TopicIcon จัดเรียงข้อมูล กันดีกว่าครับ เครื่องจะได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ windows7 ครับผม cdvboard 2060
TopicIcon ทำความสะอาด Notebook แบบง่าย ๆ ทำได้ไม่ยาก cdvboard 4941
TopicIcon Windows 7 Tip: ไม่ต้องลง Windows 7 ใหม่เมื่อเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ cdvboard 7873
TopicIcon ทิปการใส่เลขหน้า Office 2007 / 2010 cdvboard 5056
TopicIcon รวมคำสั่ง Run Command สำหรับมือคีย์ลัดโดยเฉพาะ cdvboard 10881
TopicIcon มาแก้ Bad Sector ใน Harddisk ด้วยโปรแกรม HDD Regenerator กัน cdvboard 25862
TopicIcon 12 วิธีการเพิ่มความเร็วให้ Windows 7 ติดจรวดเข้าไปอีก ++ cdvboard 13061
TopicIcon เบื่อพวก Tag รูปโฆษณาใน Facebook มาจัดการมันซะ.... cdvboard 2564
TopicIcon วิธีการเซ็ต Outlook กับ Gmail cdvboard 2182
TopicIcon การเช็ต Outlook Express กับ Hotmail cdvboard 1324
TopicIcon ขอถามอะไรหน่อยครับ suNyc 890
TopicIcon แก้โฟลเดอร์ที่ถูกซ่อน ไป.....เพราะไอ้ไวรัส .exe ล่ะหุหุ cdvboard 8757
TopicIcon บูทแล้ว NTLDR is missing Press Ctrl + Alt + Del To Restart มีทางแก้ cdvboard 20074
TopicIcon EasyRecovery การกู้คืนไฟล์ที่ลบไปแล้ว  attachment cdvboard 17464
TopicIcon ตรวจ anti virus ว่าใช้งานดีหรือป่าว cdvboard 1196
TopicIcon รวมการแก้ไขปัญหาทางด้าน Hardware [full] cdvboard 8863
TopicIcon Microsoft Word ทำงานช้ามากๆ มีทางแก้ cdvboard 7146
TopicIcon แจ้งปัญหาคอมพิวเตอร์ โหลดแบบฟอร์มใบแจ้งซ่อม  attachment cdvboard 4261
TopicIcon วัตถุประสงค์ของเว็บบอร์ด cdvboard 874



www.chitraladaschool.net
e-mail itsupportcdv@gmail.com



หน้าแรก :: เข้าสู่ระบบ:: สมัครสมาชิก/ลงทะเบียน:: สอบถามการใช้งาน แจ้งปัญหาการใช้งาน แนะนำ ติชม
เงื่อนไขการให้บริการ:: นโยบายความเป็นส่วนตัว

©2010-2014 Bkk.in.th All Right Reserved.
มีปัญหาการใช้งาน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ webmaster@bkk.in.th