กติกาการใช้บอร์ด  
    1.  กรุณาใช้ถ้อยคำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยห้ามให้ร้าย กล่าวเท็จ เพื่อทำลายผู้อื่น รวมทั้งดูหมิ่น ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์    
    2.  ห้ามพูดคุยในเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์หรือนำรูปลามกอนาจารมาโพสต์           
    3.  ผู้ที่ตั้งกระทู้จะต้องเป็นสมาชิกชมรมเท่านั้น หากไม่ใชสมาชิกชมรมการตั้งกระทู้การสมัครสมาชิกจะถือเป็นโมฆะ ต้องโดนลบนะครับ  

ผู้เขียน หัวข้อ: "สังคมไทย สงคมโลก" (อ่าน 9970 ครั้ง) เมื่อ: 2 พฤษภาคม 2553 12:00 [222.123.43.68IP Lookup , 2 พฤษภาคม 2553, 12:00:00]
0 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้อยู่ (เป็นผู้ชมทั่วไป 0 คน) Thanks แจ้งลบ

tin23
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
เข้าร่วม 30/4/2553

  เอ้า.. ใครมีเนื้อหา หรือ ข้อมูล ข่าวสารเรื่องเกี่ยวกับ ภายในประเทศไทยของเรา หรือว่าจะเป็น ข่าวสารเรื่องเกี่ยวกับ โลก ของเรา   ก็ สามารถนำมาโพสท์ มาบอกกันได้นะครับ..





คลิ้กเพื่อขอบคุณผู้เขียนหัวข้อนี้

คลิ้กที่นี่เพื่อดูความคิดเห็นก่อนหน้าทั้งหมด (58) แสดงความคิดเห็นล่าสุด 50 รายการ จากทั้งหมด 58

noom
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #9 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2553 21:04 [118.173.166.5] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
พวกเราจะช่วยกันทำให้มหาฯเหนือกว่าที่ 10 (ช่วยเบียด )
สู้ๆ ^^



Nooknick
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #10 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2553 21:40 [203.155.232.79] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
โหยยยย เน้นแดงใหญ่ซะ

ถึงปีนี้เราจะอยู่อันดับ 25 ก็ไม่เป็นไร

ยังไงมหาวชิราวุธก็เป็นอันดับ 1 ในใจของทุกคนเสมอเนอะ



jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #11 เมื่อ 11 พฤษภาคม 2553 17:08 [118.173.167.83] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
อนาคตภาพของสังคมโลกและสังคมไทย

        1.สังคมโลกในอนาคต จะมีระบบเศรษฐกิจฐานความรู้และการค้าแบบไร้พรมแดน มีความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสื่อสาร เป็นอย่างมาก. สังคมโลกจะแคบลงมีการลื่นไหลระหว่างวัฒนธรรมมากขึ้น และการเมืองแบบเสรีประชาธิปไตย จะได้รับการนิยมและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
        2.สังคมไทยยุคใหม่ จะเป็นสังคมเข้มแข็งและมีคุณภาพ, สังคมสมานฉันท์และเอื้ออาทร, สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, และไทยจะมีบทบาทสูงในประชาคมโลก.
                2.1 สังคมไทยจะเป็นสังคมเข้มแข็ง และมีคุณภาพ กล่าวคือเป็นสังคมที่ยึดหลักความสมดุล และพึ่งตนเองได้ และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการปรับเปลี่ยนระบบโครงสร้างการบริหาร การเมืองการปกครอง การจัดการศึกษาให้มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น, โดยการเปิดโอกาสให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมอันจะเป็นระบบที่เอื้อต่อการพัฒนาสังคมไทยที่ยั่งยืน, มีการผสมกลมกลืนระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่กับภูมิปัญญาไทยอย่างสมบูรณ์.
                2.2 สังคมไทยจะเป็นสังคมสมานฉันท์ และเอื้ออาทร กล่าวคือเป็นสังคมที่รักใคร่ สามัคคี มีความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
                2.3 สังคมไทย จะมีระบบเศรษฐกิจ ฐานความรู้ตามหลักปรัชญาพอเพียง กล่าวคือเป็นสังคมที่สร้างสรรค์ความรู้และใช้ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา, มีการบริหารองค์กรเป้นองค์กรแห่งการเรียนรู้และดำเนินการในลักษณะเครือข่าย, ประชากรจะมีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นผู้รักการอ่าน มีความรู้กว้างขวาง และมีฉันทะใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต
                2.4 ประเทศไทย จะมีบทบาทสูงขึ้นในประชาคมโลก, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสังคมโลกอยู่บนพื้นฐานมีศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกัน. ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันและร่วมมือกับประคมโลก
อย่างไรก็ดีถ้าประเทศไทยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแนวความคิด ไม่มีการปฏิรูประบบโครงสร้างการบริหารการเมือง การปกครอง และระบบการศึกษา เพื่อพัฒนาคนและสังคมไทยให้ยั่งยืนแล้ว อนาคตภายในทางลบของสังคมไทยจะเป็นสังคมที่อ่อนแอแข่งขันไม่ได้ คนไทยมีคุณภาพต่ำ มีความไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างชาติ ทำให้คนไทยขาดความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่ทันเหตุการณ์....


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #12 เมื่อ 11 พฤษภาคม 2553 17:18 [118.173.167.83] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
สังคมโลกในยุคปัจจุบัน


สังคมโลกในยุคปัจจุบันเป้นช่วงเวลาที่ประเทศในภูมิภาคต่างๆมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยุคปัจจุบันยังเป็นยุคที่เกิดความร่วมมือและขัดแย้งระหว่างประเทศมากที่สุด ดังนั้นสังคมโลกจึงควรประนีประนอมร่วมมือกัน เพื่อสร้างความสงบสุขแก่สังคมมนุษย์

 




MV...๔๓๔๙๔


ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #13 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 15:34 [202.12.74.244] (แก้ไขล่าสุดเมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 17:27) ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

ชอบดนตรีที่จ๊าบโพสจัง
ก็ด้านบนเม้นนี้ไง  เพราะดี
เอามาฟังตอนทำงาน
แล้วรู้สึกดีจัง



........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #14 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 16:20 [202.12.74.244] (แก้ไขล่าสุดเมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 16:23) ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
นี่ๆมีอะไรจะบอก...จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

กทม.แดนสวรรค์  UAE  ชอบ  ติดอันดับ  1 !!!!

            www.irhal.com เว็บท่องเที่ยวใหญ่สุดตะวันออกกลาง เผยเม.ย.53สรุป10สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวยูเออี กรุงเทพฯติดอันดับ1 ส่วนใหญ่มาเที่ยวและหาหมอ ข้อมูลระบุกลุ่มนี้จ่ายไม่อั้นและเที่ยวยกครอบครัว...

            สำนักข่าวกัล ์ฟนิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า นักท่องเที่ยวชาวยูเออี หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนใหญ่มักชอบเดินทางไปเที่ยวประเทศไทย มากที่สุด รองลงมาก็เป็นเลบานอน, ตุรกี, อังกฤษ, อินเดีย, สิงคโปร์, ศรีลังกา, ฮ่องกง, โมร็อกโก, มาเลเซีย และแอฟริกาใต้

             โดยผลการสำรวจ ดังกล่าว มาจากบริษัทวิจัยข้อมูลทางการตลาดของยูเออี 

             เออร์ฟัน อาหมัด ซีอีโอ www.irhal.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์การท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง กล่าวว่า เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทวิจัยข้อมูลทางการตลาดของยูเออี ได้สรุป 10 สถานที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวยูเออีไว้ดังนี้ 1.กรุงเทพฯ, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, กัวลาลัมเปอร์, เคปทาวน์, มาดริด, มอสโก, มุสคัต และโตเกียว

             "เอเชียตะวันออกเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมในขณะ นี้ บางทีอาจเป็นเพราะสาเหตุภูเขาไฟปะทะพ่นเถ้าถ่านในไอซ์แลนด์คือสาเหตุให้นัก ท่องเที่ยวยูเออีหันมาเที่ยวเอเชียมากขึ้น โดยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างดามัสคุสกับมุสคัต ซึ่งอยู่ใกล้ตะวันออกกลาง ก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นด้วย" อาหมัด กล่าว

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก


เพิ่มเติมข้อมูล  UAE  คืออะไร

United Arab Emirates (UAE)  คือ  ประเทศนี้ประกอบด้วย 7 รัฐ

(Emirate ก็คือรัฐ) ซึ่งได้แก่

ABU Dhab Ajman Dubai Fujairah Ras al-Khaimah Sharjah และ Umm al-Quwain


บ้านเราดี  มาคนต่างชาติมาชื่นชอบ
เป็นที่น่าภูมิใจ
เราจึงไม่ควรมองข้ามความยิ่งใหญ่ของความเป็นไทย
หรือแม้แต่เหยียบย้ำหรือทำลาย
จงภูมิใจในความเป็นไทย
และร่วมกันรักษาสิ่งดีงามสืบต่อกันไปนะทุกคน

Attachment: 82465.jpg



........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #15 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 17:08 [118.173.173.2] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ดนตรีๆๆ อะไร หรอ


MV...๔๓๔๙๔


Nooknick
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #16 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 18:55 [203.155.232.134] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
เห็นด้วยกับพี่แอมป์เลยค่ะ

เราโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย

มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ

อาหารอร่อย คนมีน้ำใจ

ไม่มีเมืองไหนมีสเน่ห์เท่านี้อีกแล้วหละ






noom
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #17 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 20:48 [113.53.54.27] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

เรียนเคมีให้เข้าใจ ปฏิบัติ!!!

     1.ถ้าเป็นไปได้ ก็ขอให้อ่านเนื้อหาที่จะเรียนก่อนล่วงหน้า จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจไม่สำคัญ ขอแค่ให้ศัพท์เคมีหรือเนื้อหาผ่านๆ ตาก็พอแล้ว

     2.เมื่อถึงเวลาเรียนก็ขอให้ตั้งใจฟังอาจารย์ จดสิ่งที่อาจารย์พูดย้ำๆหลายครั้ง เพราะมันคือสิ่งสำคัญของเนื้อหานั้นๆ (พยายาม)อย่าหลับ ถ้าไม่เข้าใจเนื้อหาตรงไหน ให้รีบถาม อย่าให้ค้างคาจนหมดคาบแล้วยังไม่รู้เรื่อง มันจะทำให้เราไม่เข้าใจและเบื่อไปในที่สุด

     3.อย่าลืมทบทวนบทเรียนที่เรียนมาในแต่ละวัน อ่านเนื้อหาที่เรียนไปอีกครั้ง ถ้าเป็นเรื่องคำนวณให้ลองฝึกทำโจทย์เยอะๆและหลากหลาย เพื่อเพิ่มทักษะและวิธีการคำนวณ

     4.ถ้าเป็นบทคำนวณควรจะหาข้อสอบมาทำเยอะๆ ยิ่งเป็นข้อสอบแอดมิชชั่น ข้อสอบ O-NET หรือ ข้อสอบโควต้า รับตรง ของมหาวิทยาลัยต่างๆ จะยิ่งดีมาก เพราะจะเป็นการลองข้อสอบไปในตัว

     ว้าว..4 ข้อปฏิบัตินี้ ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ อย่างพี่แนนอ่อนเรื่องคำณวน สงสัยต้องหาโจทย์ข้อสอบเก่าๆมาลองทำและฝึกบ่อยๆนะคะ เผื่อจะดีขึ้น (ช้าไปไหมนี่...) แล้วน้องๆชาว Dek-D.com หล่ะคะ ชอบวิชาเคมีกันหรือเปล่า




noom
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #18 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 20:49 [113.53.54.27] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
เอามาจากเว็ปเด็กดีค่ะ



noom
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #19 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 20:51 [113.53.54.27] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
โลกใบนี้เต็มไปด้วยความ มหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ

-ยังไม่พบว่าใครพูดค่ะ-



noom
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #20 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 20:57 [113.53.54.27] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

หลายคนก็อ่านหนังสือกันเยอะไปค่ะ อ่านกันแบบทุกตัวอักษรตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ถ้าอ่านแบบไม่มีหลัก ก็เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์นะคะ เพราะฉะนั้น ต้องเริ่มต้นการอ่านอย่างมีวัตถุประสงค์ค่ะ โดยวิธีการอ่านแบบที่เรียกว่า ORUS (อ่านว่าโอรัสก็ได้นะคะ)

การอ่านแบบ ORUS มี 4 ขั้นตอนค่ะ

     1.สำรวจ (Overview) ก็คือตรวจดูสิ่งที่เราจะต้องอ่านค่ะว่ามีอะไรบ้าง เช่น ชื่อเรื่อง ชื่อหัวข้อ ตัวที่พิมพ์หนาๆ ซึ่งพวกนี้จะบอกขอบเขตเนื้อหาคร่าวๆค่ะ รวมไปถึงพวกรูปภาพประกอบ แผนภูมิ ที่เป็นตัวช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น พอรู้เนื้อหาคร่าวๆแล้ว ก็ต้องมาวางแผนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดค่ะ แบ่งเป็นตอนๆไป กำหนดเวลาอ่านด้วย แล้วก็ต้องทำตามให้ได้ด้วยนะคะ

     2.อ่าน (Read) แหม.. ไม่มีขั้นตอนนี้ได้ไงจริงไหมคะ การอ่านแบบโอรัส จะเป็นการอ่านแบบรวดเร็วและคัดเอาแต่ใจความสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ประโยคแรกหรือย่อหน้าสุดท้ายค่ะ ประโยคไหนที่ไม่สำคัญก็อ่านข้ามไป แต่ถ้าอ่านแล้วงง สงสัย แอบจดคำถามไว้ก่อนก็ได้ค่ะ

 3.เก็บข้อมูล (Pick Up)เป็นการเน้นใจความสำคัญเพื่อให้เราจำได้ค่ะ โดยการขีดเส้นใต้ กาดอกจัน โดยเฉพาะส่วนที่เราคิดว่าน่าจะออกสอบ หรือโน๊ตย่อไว้ พอทำเครื่องหมายแล้ว ให้น้องลองจำโดยไม่ต้องเปิดดูนะคะ

     4.สรุปความเข้าใจ (Summarize) อ่านจบแล้วววว แต่ช้าก่อนค่ะ อย่าเพิ่งไปไหน ลองมาเขียนโน๊ตย่อของเรื่องที่อ่านไปใส่สมุดดูนะคะ โดยเขียนสิ่งที่เราจำได้ก่อน ถ้าเขียนออกมาแล้วงง หรือสับสนตรงไหน ก็ให้กลับไปดูเนื้อหาตรงนั้นซ้ำอีกที ทีนี้ก็จะกระจ่างมากขึ้นจ้า




ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #21 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 22:19 [202.12.74.244] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
เทคนิคอ่านเร็วของนุ่ม
พี่เขียนโน๊ตย่อติดไว้
ที่โต๊ะหนังสือเลย
จะไ้ด้ไม่เสียเวลาไปกับการอ่านหนังสืออีก
มันชอบลืมทุกทีเลย

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะจ๊า
นู๋นุ่ม

Attachment: desk.jpg



........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



meennie
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #22 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 22:25 [111.84.48.115] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
มาเเว้วว
ว้าว ข่าวสาร มากมายเลยอ่ะ


รู้สึกดี๊ ดี


สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตชั้น คือ การได้มีโอกาสทำสิ่งที่ชั้นรัก


meennie
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #23 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2553 22:36 [111.84.48.115] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

พอเห็นนุ่มโพส ก้ออยากโพสมั้ง
เนื้อหาอาจใกล้เคียงกันน่ะ เเต่ลองเอาไปใช้ดูล่ะกัน



  เคล็ดลับการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนนี้ เป็นเทคนิคง่าย ๆ
นักเรียนนักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติได้ทุกคน
ขอแต่เพียงเข้าใจเคล็ดลับวิธีการเท่านั้นเอง


   หัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียน คือ
การหมั่นฝึกฝนตามขั้นตอนให้เกิดความเคยชินจนติดกลายเป็นนิสัย
การอ่านเพื่อทำความเข้าใจนี้จะแตกต่างจากการอ่านเพียงเพื่อท่องจำ
หากท่านสามารถจับหลักนี้ได้
ท่านย่อมพบกับความสำเร็จในการเล่าเรียนศึกษาอย่างแน่นอน
ขอให้โชคดีทุก ๆ คนนะครับ…
เคล็ดลับ

1.เวลาอ่านบทเรียนหรือตำรา ให้อ่านอย่างตั้งใจ แต่ทว่าเราจะไม่อ่านไปเรื่อย ๆ คือเราจะ หยุดอ่านเมื่อจบย่อหน้าหรือหยุดเมื่ออ่านไปได้พอสมควรแล้ว

2.จากนั้นให้ปิดหนังสือ ! แล้วลองอธิบายสิ่งที่ตนเองได้อ่านมาให้ตัวเองฟัง คือ เราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังด้วยภาษาสำนวนของเราเอง ฟังแล้วเข้าใจหรือเปล่า หากเราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังรู้เรื่อง แสดงว่าเราเข้าใจแล้ว ให้อ่านต่อไปได้

3.หากตอนใดเราอ่านแล้วแต่ไม่สามารถอธิบายให้ตัวเองรู้เรื่อง แสดงว่ายังไม่เข้าใจ ให้กลับไปอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง

4.หากเราพยายามอ่านหลายรอบแล้วยังไม่เข้าใจจริงๆให้จดโน้ตไว้เพื่อนำไปถามอาจารย์ จากนั้นให้อ่านต่อไป

5. ข้อมูลบางอย่างในตำราจำเป็นที่จะต้องท่องจำ เช่น ตัวเลข สถิติ ชื่อสถานที่ บุคคล หรือ สูตร ต่าง ๆ ฯลฯ ก็ควรท่องจำไว้ด้วย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

6. การเรียนด้วยวิธีท่องจำโดยปราศจากความเข้าใจ เรียนไปก็ลืมไป สูญเสียเวลา เปล่าประโยชน์ เสียเงินทอง

7. การเรียนที่เน้นแต่ความเข้าใจ โดยไม่ยอมท่องจำ ก็จะทำให้เราเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ไม่ชัดเจน คลุมเครือ

8. ดังนั้นจึงขอสรุปเทคนิคง่าย ๆ สั้น ๆ ดังต่อไปนี้ :-
   ก.ให้อ่านหนังสือ สลับกับ การอธิบายให้ตัวเองฟัง
     ข.ให้ท่องจำเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต้องจำจริง ๆ เช่น ตัวเลข ชื่อเฉพาะต่างๆ

อ่านหนังสือด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ทั้งเล่ม ไม่ลืมเลย…สวัสดี

อย่าลืมเอาไปใช้น่ะจ้ะ



สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตชั้น คือ การได้มีโอกาสทำสิ่งที่ชั้นรัก


ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #24 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2553 8:30 [202.12.74.244] (แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14 พฤษภาคม 2553 18:54) ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

มารู้จักวันพืชมงคลกันนะ

วันพืชมงคล

จัดขึ้นเพื่อ : ระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

มีการจัด  พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีโบราณ สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระ ราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 

ทำที่ : ท้องสนามหลวง

มีความพิเศษอย่างไรบ้้าง : ทางราชการกำหนดให้วันพืชมงคลเป็นวันเกษตรกร

พระ ราชพิธีพืชมงคล  :  เป็นพิธีทางพุทธศาสนา มีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เป็นพิธีสงฆ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงกำหนดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรก

เกี่ยวกับเมล็ดพืช  :  เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัยและให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี

วันนี้ถือเป็นวันที่เกษตรรอคอยให้มาถึง  ยังไงใครถามก็ต้องตอบให้ได้นะว่าวันพืชมงคล  คืออะไร


Attachment: nis00667.JPG



........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #25 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2553 8:32 [202.12.74.244] (แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14 พฤษภาคม 2553 18:34) ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

 




........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #26 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2553 8:40 [202.12.74.244] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
คนเยอะมากๆ
แต่ถ้าอยากทราบข้อมูลเบื้องลึก
ก็ควรค้นหาเพิ่มเติมนะ
พี่สรุปมากพอสังเขปจ้า

Attachment: cc.jpg



........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #27 เมื่อ 14 พฤษภาคม 2553 18:31 [202.29.148.1] (แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14 พฤษภาคม 2553 18:36) ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
รายชื่อ 20 สาขาวิชาที่มีจำนวนผู้สมัครแอดมิชชั่นมากที่สุด

20 คณะ/สาขาวิชาที่มีจำนวนผู้สมัครแอดมิชชั่นมากที่สุด

         สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ประการศรายชื่อ 20 คณะ/สาขาวิชาที่มีจำนวนผู้สมัครแอดมิชชั่นมากที่สุด ดังรายละเอียดต่อไปนี้

         1 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวนผู้สมัคร 3,530 คน จำนวนรับ 360 คน สัดส่วน 1 : 9.81

         2 คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จำนวนผู้สมัคร 2,922 คน จำนวนรับ 115 คน สัดส่วน 1 : 25.41

         3 คณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวนผู้สมัคร 2,275 คน จำนวนรับ 30 คน สัดส่วน 1 : 75.83

         4 คณะบริหารธุรกิจ  สาขาวิชาบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 2,216 คน จำนวนรับ 150 คน สัดส่วน 1 : 14.77

         5 พยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย จำนวนผู้สมัคร 2,008 คน จำนวนรับ 80 คน สัดส่วน 1 : 25.10

         6 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวนผู้สมัคร 1,884 คน จำนวนรับ 90 คน สัดส่วน 1 : 20.93

         7 คณะสังคมศาสตร์ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ. 4 ปี) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวนผู้สมัคร 1,757 คน จำนวนรับ 23 คน สัดส่วน 1 : 76.39

         8 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 1,691 คน จำนวนรับ 90 คน สัดส่วน 1 : 18.79

         9 สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จำนวนผู้สมัคร 1,691 คน จำนวนรับ 780 คน สัดส่วน 1 : 2.17

          10 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 1,687 คน จำนวนรับ 200 คน สัดส่วน 1 : 8.44

         11 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวนผู้สมัคร 1,640 คน จำนวนรับ 42 คน สัดส่วน 1 : 39.05

         12 คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวนผู้สมัคร 1,618 คน จำนวนรับ 35 คน สัดส่วน 1 : 46.23

         13 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 1,548 คน จำนวนรับ 20 คน สัดส่วน 1 : 77.40

         14 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวนผู้สมัคร 1,472 คน จำนวนรับ 300 คน สัดส่วน 1 : 4.91

         15 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จำนวนผู้สมัคร 1,424 คน จำนวนรับ 80 คน สัดส่วน 1 : 17.80 

         16 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 1,387 คน จำนวนรับ 115 คน สัดส่วน 1 : 12.06

         17 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 1,337 คน จำนวนรับ 30 คน สัดส่วน 1 : 44.57

         18 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวนผู้สมัคร 1,328 103 คน สัดส่วน 1 : 12.89

         19 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวนผู้สมัคร 1,326 คน จำนวนรับ 210 คน สัดส่วน 1 : 6.31

         20 คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจและภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวนผู้สมัคร 1,292 คน จำนวนรับ 100 คน สัดส่วน 1 : 12.92

ขอบคุณข้อมูล  สอท


ดูสิ  ไม่มีมหาลัยฯแถบภาคใต้เลย

คนแห่ขนเหนือ  อีสาน  กลางกันหมด นะ  ตอนนี้เป็นแบบนี้กันไปหมดแล้ว

 
 

อ้อ  !!!!  ต้องขอแสดงความยินดีกับน้องแอนในการผ่านการแอดมิชอันโหดร้าย  ไปพบกับความฝันอันสูงสุดของตัวเองได้แล้ว

แอน  ติด  ณ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ตามความมุ่งหมายได้โดยแรก  ได้ในอันดับ  1  ที่เลือกไว้ได้  และแถมยังเป็นหญิงที่ได้คะแนนมากที่สุดในคณะด้วย  เก่งจริงๆสาวนี้ ยินดีด้วยนะ (แอบบอก  ส่วนมหาลัยดังๆเช่น  จุฬา..อะไรเนี่ยแอนก็เลือกนะ  คือถ้าไม่ได้ที่เชียงใหม่  ก็คงได้เรียนจุฬา  แต่  She  ไม่  Want  จึงเลือกที่เชียงใหม่  อิอิ  เห็นว่าตอนนี้  ไปแอ่วอยู่แถวเชียงใหม่เรียบร้อยแล้วจ้า)

ยังไงไอเราที่เรียนๆอยู่ก็ตั้งใจเรียนนะ
เห็นรุ่นพี่ของเราได้ในที่ที่อยากเรียน
เพราะพี่เค้าขยัน  พยายาม  ค้นหาสิ่งที่รัก
แล้วทำเพื่อมันอย่างสุดความสามารถ
ยอมเหนื่อยวันนี้  เพื่อสบายวันหน้านะ
พี่น้องต้องสู้นะจ๊า




........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



Nooknick
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #28 เมื่อ 16 พฤษภาคม 2553 18:44 [203.155.232.13] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ดีใจกับพี่แอนด้วนนะคะ

เป็นไปตามที่ฝันแล้วว

ไอเราที่ยังเรียนอยู่นี่สิ

ไม่รู้จะได้ตามที่ฝันรึป่าวว




jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #29 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:11 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

เทคนิคเปิดพัดลม-แอร์ให้ประหยัดพลังงาน

ในช่วงที่อากาศร้อนรุ่มบวกเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองร้อนแรง สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไขข้อข้องใจของการใช้งานเครื่องปรับอากาศและพัดลม เพื่อให้แนวทางการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า เริ่มจากพัดลม ที่มีใช้กันทุกครัวเรือน ลองสังเกตดี ๆ พัดลมแต่ละตัวจะมีฉลากบอกว่ากินกระแสไฟฟ้า กี่วัตต์ ส่วนมากจะอยู่ตรงฐานด้านล่าง หรือ  ด้านบนตรงฝาครอบมอเตอร์แล้วแต่ผู้ผลิตจะติดไว้ตรงไหน
   
กรณีที่ปรับพัด  ลมตั้งโต๊ะหรือแบบตั้งพื้นที่ ให้ส่ายไปส่ายมา และหยุดอยู่กับที่นั้น หลายคนสงสัยว่าอย่างไหนกินไฟมากกว่ากัน คำตอบคือไม่ต่างกัน แต่ที่ต่างกันพัดลมติดเพดาน จะกินไฟมากกว่าพัดลมตั้งโต๊ะ เพราะใบพัดมีขนาดใหญ่และยาวกว่า ใบพัดเป็นเหล็กและหนัก มอเตอร์ต้องใช้แรงในการหมุนมากย่อมกินไฟเพิ่มตามไปด้วย
   
ส่วนพัดลมที่มี 3 ใบ กับ 4 ใบพัด ถ้าขนาดวัตต์และขนาดใบพัดเท่ากันชนิดไหนจะเปลืองไฟมากกว่าและแบบไหนได้ลมมากกว่า เฉลยเลยว่า 4 ใบพัดจะได้ลมมากกว่า เพราะมีพื้นที่ต้านลมมากกว่า และต้องใช้แรงมากกว่า ซึ่งค่าไฟก็สูงกว่า ส่วนการเลือกความแรงในการเปิดพัดลมสูงก็ย่อมสิ้นเปลืองไฟมากขึ้นเท่านั้น
     
สำหรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้ประหยัดไฟมีข้อแนะนำว่า ไม่ควรเปิดพัดลมระบายอากาศขณะเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเมื่อมีการระบายอากาศออกจากห้อง จะมีอากาศในปริมาณเท่ากันไหลเข้ามาในห้อง เพื่อทดแทนอากาศส่วนที่ถูกระบายทิ้งออกไป อากาศภายนอกที่ไหลเข้ามาแทนที่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น กินไฟเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้อากาศร้อนจากภายนอกที่เข้ามาเย็นลงจนเท่ากับอากาศภายในห้อง

เวลาเปิดเครื่องปรับอากาศควรปิดผ้าม่าน จะช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวคนโดยตรงได้ และยังช่วยการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกมาสู่ตัวคนด้วย ทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติเพื่อชดเชยการแผ่รังสีความร้อนจึงช่วยประหยัดพลังงานได้
   
นอกจากลดการแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคนแล้ว ผ้าม่านยังช่วยสะท้อนความร้อนกลับออกไปภายนอกได้ด้วย (ถึงแม้จะไม่มากนัก) เท่ากับช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง และ ระหว่างเปิดเครื่องปรับอากาศควรปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น เพราะหลอดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีความร้อนออกมาทำให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็น
   
หากต้องการความรู้เรื่องอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทนเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน ม.เชียงใหม่ โทร. 0-5394-2007 ในวันเวลาราชการ หรือเว็บไซต์
www.erdi.or.th



MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #30 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:27 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

PIX**ธนบัตรรุ่นต่างๆของ ประเทศไทย!! สวยทั้งน๊าน ๆๆ

มาดูกันเลย พี่น้องง

นี่ 1 บาท 











Attachment: 4555.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #31 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:28 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ








MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #32 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:33 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
แล้ว นี่ 5 บาท

Attachment: 544.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #33 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:34 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

Attachment: 545.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #34 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:36 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
นี่ 10 บาท ๆๆ

Attachment: 52454.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #35 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:38 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ส่วนนี่ แบงค์ยี่สิบ ๆๆ


Attachment: 998.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #36 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:39 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ


นี่ แบง กะผม และทุกที่ ใช้อยู่ไนปัจจุบัน

Attachment: 999.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #37 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:42 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

ส่วน นี้ แบงค์ 50

Attachment: 777.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #38 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:43 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

นี่ก็ใช่ 

Attachment: 779.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #39 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:43 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

ส่วนนี่ก็ที่ใช้กันยุนะคร๊าฟ

Attachment: 778.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #40 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:45 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
มี แบงค์ หกสิบ ด้วย ใคร เคยเห็นบ้าง 555+


Attachment: 744.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #41 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:46 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
มี 50 อีกอัน นึง อัน นี้สวยมากมาย คั๊ฟ


Attachment: 6655.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #42 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:48 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ส่วน นี้ แบงค์ร้อยๆๆ

Attachment: 1111111.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #43 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:49 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ว๊าว ๆ ๆเงินๆ  

Attachment: 11111.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #44 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:50 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ส่วนนี่แบงค์ร้อยปัจจุบัน

Attachment: 111.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #45 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:52 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
อีกอันนึง อันนี้ สวยๆๆ

Attachment: 532.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #46 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:53 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
นี่ 500 ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

Attachment: 387.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #47 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:55 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ



MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #48 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:56 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

Attachment: 700056.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #49 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:56 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
อีกอันนึง นี่ของ ปัจจุบันๆๆ

Attachment: 666652.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #50 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 17:59 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
พัน และ ๆๆ สงสัยมีแบบเดียวน้าคร๊าฟ



MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #51 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 18:01 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
มีอีก ๆๆ ครับ นั้นคือ
แบงค์ 500,000 บาท เยอะโค่ดด



MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #52 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 18:01 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
สุดท้าย แล้วๆๆๆ

Attachment: 5000000000.jpg


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #53 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 18:12 [118.173.159.15] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ที่โพสต์ มาทั้ง หมด คือ ธนบัตร ไทย รุ่นต่างๆๆ
ไม่ ว่า 1 บาท 5,10,20,50,60,100,500,1,000 จนถึง 500,000 บาท
ที่อยากจะสื่อก็คือ อยากให้ทุกคนใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่ฟุ่ยเฟือย
ใช้จ่ายกันเท่าที่จำเป็น ประหยัดกันวันละบาทสองบาท
(คิดสด)  55555+
    ธนบัตรบ่งบอกถึงวัฒนธรรมไทย สถานที่สำคัญของชาติ เนื้อความที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำรงชีวิต 


MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #54 เมื่อ 18 พฤษภาคม 2553 16:54 [118.173.142.46] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

"ครู" มีความหมายว่า ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือ ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ ซึ่งมีผู้กล่าวว่ามาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า "หนัก" อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระหน้าที่ที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย กว่าคนๆหนึ่งจะเติบโตเป็นผู้มีวิชาความรู้ และเป็นคนดีของสังคม ผู้เป็น "ครู" จะต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเลย ซึ่งในชีวิตของคนๆ หนึ่ง นอกเหนือไปจากพ่อแม่ซึ่งเปรียบเสมือน "ครูคนแรก" ของเราแล้ว การที่เด็กๆ จะดำรงชีพต่อไปได้ในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี "ครู" ที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ เพื่อปูพื้นฐานไปสู่หนทางทำมาหากินในภายภาคหน้าด้วย ดังนั้น "ครู" จึงเป็นบุคคลสำคัญที่เราทุกคนควรจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน 

         
ด้วยเหตุนี้เอง "การบูชาครู" หรือ "การไหว้ครู" จึงเป็นประเพณีสำคัญที่มีมาแต่โบราณ และมีอยู่ในแทบทุกสาขาอาชีพของคนไทย ถือเป็นพิธีกรรมที่แสดงความเคารพ และระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ ครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาความรู้ให้ ทำให้เราสามารถนำไปประกอบวิชาชีพ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต 

         
ในความหมายของ "การไหว้ครู" ก็คือ การที่ศิษย์แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ ว่าท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งการไหว้ครูนี้ นอกจากจะเป็นธรรมเนียมอันดีงามที่มีส่วนโน้มน้าวจิตใจคนให้รักษาคุณความดี และช่วยธำรงรักษาวิทยาการให้สืบเนื่องต่อไปแล้ว การที่ศิษย์แสดงความเคารพยอมรับนับถือครูตั้งแต่เบื้องต้น ก็มีส่วนทำให้ครูเกิดความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ อยากมอบวิชาความรู้ให้อย่างเต็มที่ และศิษย์เองก็จะมีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิด เกิดมั่นใจว่าตนจะมีผู้คุ้มครองดูแล สั่งสอนให้ไปสู่หนทางแห่งความดีงาม และความเจริญก้าวหน้าแน่นอน 

          พิธีไหว้ครู หรือ การไหว้ครู นี้มีหลายอย่าง เช่น การไหว้ครูนาฏศิลป์ ไหว้ครูดนตรี ไหว้ครูโหราศาสตร์ ไหว้ครูแพทย์แผนไทย เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไป เมื่อเอ่ยถึง พิธีไหว้ครู เรามักจะหมายถึง การไหว้ครูในสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำในช่วงเปิดภาคการศึกษา







 กำหนดวันและเดือนที่นิยมประกอบพิธีไหว้ครู

         
การจัดพิธีไหว้ครูมีข้อกำหนดว่าให้กระทำพิธีเฉพาะวันพฤหัสบดี อาจจะได้รับอิทธิพลมาจากพวกพราหมณ์ ซึ่งนับถือเทพเจ้านามพระพฤหัสบดีเป็นเทพฤทธิ์ ในฐานะปุโรหิตาจารย์ที่เคารพนับถือของพระอินทร์และเทวดาอื่นๆ จึงนิยมไหว้ครูกันในวันพฤหัสบดี

         
มีตำนานที่ถือว่าวันพฤหัสบดีเป็นวันครู นอกจากนี้ยังถือกันว่าเวลากลางวันพระพฤหัสบดีเป็นธาตุไฟ และเป็นธาตุน้ำในเวลากลางคืน เป็นดาวพระเคราะห์ที่ให้วิทยาความรู้แก่มนุษย์ เราจึงถือว่า         วันพฤหัสบดีเป็นวันครู


 ความมุ่งหมายพิธีไหว้ครู

          1.
เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล ด้วยการถวายเครื่องสักการะ พลีกรรมแก่ปรมาจารย์ทั้งหลายทั้งปวง ที่มาประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่ศิษย์

          2.
เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดความมั่นใจในการเรียนนาฎศิลป์เป็นอย่างดี เมื่อได้ผ่านพิธีกรรมมาแล้ว

          3.
เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษ หากศิษย์ได้กระทำสิ่งที่ผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านกายกรรม วจีกรรม หรือมโนกรรมก็ตาม

          4.
เพื่อไว้สำหรับต่อท่ารำที่เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงที่มีความเชื่อมาแต่โบราณว่า เพลงหน้าพาทย์บางเพลงจะต้องต่อท่ารำในพิธีไหว้ครู จึงจะเกิดเป็นสิริมงคลทั้งแก่ผู้สอนและผู้เรียน

          5.
เพื่อเป็นสิ่งเตือนสติให้ศิษย์ระลึกถึงครู อันเป็นเครื่องเตือนใจที่จะประพฤติแต่ในสิ่งที่ดีงาม อยู่ในศีลธรรมจรรยา ตั้งตนอยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์

 ประโยชน์ที่ได้รับจากพิธีไหว้ครู

         
1. สามารถทำให้เกิดความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในฐานะที่เป็นศิษย์มีครูเหมือนกัน

          2.
สามารถนำวิชาความรู้ที่เรียนมา ไปถ่ายทอดได้ด้วยความมั่นใจ โดยไม่ต้องกลัวว่า "ผิดครู"

          3.
เป็นการสร้างศิษย์ให้มีความเชื่อมั่นในวิชาความรู้ที่ได้เรียนมา กล้าแสดงออกไม่เก็บตัว

          4.
ทำให้มีความรู้กว้างขวางและเข้าใจในพิธีกรรมเช่นนี้อย่างชัดเจน

          5.
เกิดความสบายใจหากได้ทำสิ่งใดผิดพลาดไป ก็จะได้เป็นการขอขมาครูไปด้วย





 การเตรียมพานไหว้ครู

         
สมัยก่อน ครูประจำชั้นของแต่ละห้องจะคัดเลือกนักเรียนที่เรียนดีและมีมารยาทเรียบร้อย ผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคนเป็นตัวแทนนำพานดอกไม้ไปไหว้ครู และในเย็นวันพุธจะมีการแบ่งหน้าที่กันว่า ในเช้าวันพฤหัสบดี นักเรียนคนใดจะต้องนำอะไรมาโรงเรียนบ้าง เช่น บางคนมีพานเงินหรือพานแก้วก็จะเป็นคนเอาพานมา บางคนเอาทรายหรือดินเหนียวมาใส่พานเพื่อปักดอกไม้ บางคนต้องเอาธูปเทียนมา ส่วนนักเรียนที่เหลือให้ไปช่วยกันหาดอกไม้มา โดยมีดอกไม้ที่กำหนด คือ ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ดอกเข็ม และดอกไม้อื่นๆ เป็นต้น

         
ตอนเช้าตรู่วันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันไหว้ครู เด็กๆ จะไปโรงเรียนเช้าเป็นพิเศษ เพื่อไปช่วยกันจัดพานดอกไม้ ซึ่งอาจมีการปัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบบ้าน แซมด้วยหญ้าแพรกและดอกมะเขือ โดยที่พานดอกไม้นี้เด็กนักเรียนหญิงจะเป็นคนถือ ส่วนเด็กผู้ชายจะถือธูปเทียนและช่อดอกไม้ ( ช่อดอกไม้หมายถึงดอกไม้ที่หาได้แล้วเอามัดมารวมกัน แซมด้วยหญ้าแพรกและดอกมะเขืออีกเช่นกัน)

         
จะเห็นว่าพิธีไหว้ครูแต่โบราณไม่มีพิธีรีตรองมากนัก แต่มีความหมายแฝงไว้มากมาย คนโบราณเป็นนักคิดจะทำอะไรก็มักจะผูกเป็นปริศนาที่ลึกซึ้งเอาไว้เสมอ ในพิธีไหว้ครูก็เช่นเดียวกันเครื่องสักการะที่ใช้ในการไหว้ครูนั้น นอกจากธูป เทียน แล้วยังมีข้าวตอก ดอกมะเขือ ดอกเข็ม และหญ้าแพรก ซึ่งเป็นของหาง่ายและมีความหมาย 

 ความหมายของดอกไม้ต่างๆ ที่นิยมใช้ในการไหว้ครู

        
  ดอกมะเขือ เป็นดอกที่โน้มต่ำลงมาเสมอ ไม่ได้เป็นดอกที่ชูขึ้น คนโบราณจึงกำหนดให้เป็นดอกไม้สำหรับไหว้ครู ไม่ว่าจะเป็นครูดนตรี ครูมวย ครูสอนหนังสือ ก็ให้ใช้ดอกมะเขือนี้ เพื่อศิษย์จะได้อ่อนน้อมถ่อมตนพร้อมที่จะเรียนวิชาความรู้ต่างๆ นอกจากนี้มะเขือยังมีเมล็ดมาก ไปงอกงามได้ง่ายในทุกที่ เช่นเดียวกับหญ้าแพรก 

         
หญ้าแพรก เป็นหญ้าที่เจริญงอกงาม แพร่กระจายพันธ์ ไปได้อย่างรวดเร็วมาก หญ้าแพรกดอกมะเขือจึงมีความหมายซ่อนเร้นอยู่ คนโบราณจึงถือเอาเป็นเคล็ดว่า ถ้าใช้หญ้าแพรกดอกมะเขือไหว้ครูแล้ว สติปัญญาของเด็กจะเจริญงอกงามเหมือนหญ้าแพรกและ ดอกมะเขือนั่นเอง

        
  ข้าวตอก เนื่องจากข้าวตอกเกิดจากข้าวเปลือกที่คั่วด้วยไฟอ่อนๆ ให้ร้อนเสมอกันจนถึงจุดหนึ่งที่เนื้อข้างในขยายออก จนดันเปลือกให้แยกออกจากกัน ได้ข้าวสีขาวที่ขยายเม็ดออกบาน ซึ่งสามารถนำไปประกอบพิธีกรรม หรือทำขนมต่างๆได้ ดังนั้น ข้าวตอกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมีระเบียบวินัย หากใครสามารถทำตามกฎระเบียบ เอาชนะความซุกซนและความเกียจคร้านของตัวเองได้ ก็จะเหมือนข้าวตอกสีขาวที่ถูกคั่วออกจากข้าวเปลือก

         
ดอกเข็ม เพราะดอกเข็มนั้นมีปลายแหลม สติปัญญาจะได้แหลมคมเหมือนดอกเข็ม และก็อาจเป็นได้ว่า เกสรดอกเข็มมีรสหวาน การใช้ดอกเข็มไหว้ครู วิชาความรู้จะให้ประโยชน์กับชีวิต ทำให้ชีวิตมีความสดชื่นเหมือนรสหวานของดอกเข็ม  



 วันครู... ไหว้ครูวันนี้  

         
สำหรับการไหว้ครูในปัจจุบันตามโรงเรียนต่างๆ มักจะเลือกวันในช่วงสัปดาห์แรกๆ เพื่อจัดพิธีไหว้ครู ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตามสะดวกของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง ซึ่งความต่างของวันไหว้ครูในยุคนี้ เราจะสังเกตเห็นว่าเครื่องสักการะที่นักเรียนนำมาไหว้ครูนั้นนับวันจะหมดความหมายลงไปทุกที 

         
นักเรียนส่วนใหญ่มักซื้อดอกไม้ที่สวยงามจากตลาดแทนการใช้เครื่องสักการะที่มีความหมายซึ่งใช้กันมาแต่โบราณ และมักไม่ใช้ความสามารถของตนในการจัดพานเครื่องสักการะครูส่วนใหญ่จะจ้างผู้มีฝีมือในทางด้านนี้ทำให้แบบสำเร็จรูป

         
ถ้าหากเราจะรณรงค์ให้มีการตระหนักถึงคุณค่าของการไหว้ครูอย่างแท้จริง โดยร่วมแรงร่วมใจกันจัดพาน ใช้ดอกมะเขือ หญ้าแพรกเป็นสื่อความหมายก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะการปลูกมะเขือและหญ้าแพรกนั้นง่ายกว่าและประหยัดกว่าการซื้อดอกไม้อื่นๆ มากมายนัก

    การทำพานไว้ครู นอกจากจะให้คุณค่าทางจิตใจแล้ว ยังเป็นการสร้างความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกับ นักเรียนทุกๆคนอีกด้วย...

 



MV...๔๓๔๙๔


jabza
คุณมี Ranking อันดับที่ 56
Exp: 56
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #55 เมื่อ 18 พฤษภาคม 2553 16:58 [118.173.142.46] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
นี่ ภาพงานไหว้ครูของโรงเรียนเรา



MV...๔๓๔๙๔


ampere
คุณมี Ranking อันดับที่ 55
Exp: 55
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #56 เมื่อ 19 พฤษภาคม 2553 1:45 [202.12.74.244] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
จ๊าบไปขุดเอาธนบัตรมามากมาย
แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีรูปในหลวงอยู่ในทุกๆปี

พี่ดูขั้นตอนการทำเหรียญกษาปจากรายการ
กบนอกกะลา  น่าสนใจมากๆเลย

ว่างๆก็ไปหาชมย้อนหลังกันได้



........................
name : P'แอมป์
ad : PSU  Phuket campus
mail-msn  : amp4717@hotmail.com
myPhoto : amgoods.multiply.com
motto  :  "ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน"



noomnim
คุณมี Ranking อันดับที่ 54
Exp: 54
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #57 เมื่อ 19 พฤษภาคม 2553 21:23 [180.180.80.45] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
จากแผ่นดินไหว สู่การเปลี่ยนเข็มนาฬิกาโลก
ทราบหรือไม่ส่าแผ่นดินไหวส่งผลกระทบโดยตรงต่อเข็มนาฦากาโลก  เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ที่ประเทศชิลี นอกจากจะส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามืพัดถล่มชสยฝั่งตามมาแล้ว ล่าสุดนักวิจัยนาซ่ายังได้ออกมาประกาศว่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของแกนโลก ซึ่งนั่นทำให้เวลาบนโลกนี้สั้นลง 1.26 ไมโครวินาที ก่อนหน้านี้เวลาโลกได้สั้นลงไปครึ่งหนึ่งแล้วจากเหตุการณ์สึนาครั้งใหญ่บนเกาะสุมาตรา เมื่อปี 2004 ซึ่งครั้งนั้นทำให้เวลาโลกสั้งลงไปถึง 6.8 ไมโครวินาทีเลยทีเดียว แม้นักวิทยาศาสตร์บางรายจะแย้งว่า การหดสั้นของเวลาเป็นการเปลั้ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนที่ว่า 1 ไมโครวินาทีเท่ากับเวลา 1 ล้านส่วนของวินาที แต่อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงของนาฬิกาโลกก็ช่วยเตือนสติให้เราได้ฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า 'ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม่แต่ความเที่ยงตรงของเวลา'

จากหนังสือ ซีเคร็ต ฉบับวันที่ 10 เมษายน 2553


noom


ม.มีน 555
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #58 เมื่อ 1 สิงหาคม 2553 11:52 [118.173.150.252] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ
ไม่เข้ามาตั้งนาน
มีเรื่องดีดี เยอะเลยอ่ะ



งั้นขอถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์เลยน้า

...ใครที่สนใจจะนำเสนอเรื่องราวดีดีที่เป็นเรื่องของสังคมไทย สังคมโลก ก้อเชิญโพสได้เลยน่ะจ๊ะ .......

เเละอีกเรื่องนึง...คือ....ตอนนี้เรารวบรวมเรื่องราวของนักเรียนเก่าดีเด่นไว้เเล้ว 2 คน คือ

1...นายบัญญัติ จันทร์เสนะ
2...นายเเพทย์มงคล ณ สงขลา

ท่านทั้งสองคนนี้เป็นเเบบอย่างที่ดีของชาวมหา เเละสังคมไทยของเราด้วย

....ถ้าใครอยากเสนอชื่อนักเรียนเก่าดีเด่น พร้อมข้อมูลก้อเชิญเลยน่ะจ้า....


คลิ้กที่นี่เพื่อดูความคิดเห็นก่อนหน้าทั้งหมด (58) แสดงความคิดเห็นล่าสุด 50 รายการ จากทั้งหมด 58

บอร์ดนี้เฉพาะสมาชิกถึงจะตอบกระทู้หรือแสดงความคิดเห็นได้

หัวข้อ เริ่มโดย อ่าน
TopicIcon โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ...กับงานพัฒนาสังคม Pick
บุคคลทั่วไป
495
TopicIcon 10:10:10 Global Work party...พลังคนระดับโลก  attachment ampere 1274
TopicIcon ช่วยกันหาคำเด็ดคำคมคนสำคัญคนดัง + รูป หน่อยครับ jabza 10490
TopicIcon "คำคม คนดัง โดนๆ" tin23 8010
TopicIcon "สังคมไทย สังคมโลก" (2) tin23 1716
TopicIcon นักเรียนเก่าดีเด่น .... คนไหน โดนใจคุณ ... โหวตกันหน่อย meennie
บุคคลทั่วไป
944
TopicIcon หน้าที่แต่ละคนในกระทรวงเรา tin23 2237
TopicIcon "สังคมไทย สงคมโลก" tin23 9970
TopicIcon ข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำ - ถึง - กระทรวงพัฒนาสังคม <สำหรับทุกคน> artmorvor 2314
TopicIcon ภารกิจกระทรวงพัฒนาสังคม artmorvor 3061



หน้าแรก :: เข้าสู่ระบบ:: สมัครสมาชิก/ลงทะเบียน:: สอบถามการใช้งาน แจ้งปัญหาการใช้งาน แนะนำ ติชม
เงื่อนไขการให้บริการ:: นโยบายความเป็นส่วนตัว

©2010-2014 Bkk.in.th All Right Reserved.
มีปัญหาการใช้งาน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ webmaster@bkk.in.th