ผู้เขียน หัวข้อ: สวนสตรอเบอรี่ (อ่าน 2230 ครั้ง) เมื่อ: 8 พฤษภาคม 2554 19:42 [1.46.69.91IP Lookup , 8 พฤษภาคม 2554, 19:42:00]
0 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้อยู่ (เป็นผู้ชมทั่วไป 0 คน) Thanks แจ้งลบ

teawsamoeng
คุณมี Ranking อันดับที่ 36
Exp: 36
User Info ส่งข้อความ
เข้าร่วม 8/5/2554

มามะ มากินสตอเบอรี่ที่สะเมิงกันเถอะ: ตอนที่ 1 วันสตอเบอรี่ของดีเมืองสะเมิง

เมื่อวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นช่วงการจัดงาน วันสตอเบอรี่ของดีที่สะเมิง ได้ยินและติดตามการจัดงานมาหลายปีแต่ส่วนใหญ่มักพลาด มารู้เอาทีหลังทุกที แต่ปีนี้ได้ความจากป้าคนขายสตอเบอรี่ที่แวะไปซื้อบ่อยๆ ว่าจะมีงานช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และมีตัวตั้งตัวตี จัดการเรื่องเช่ารถและรวบรวมสมัครพรรคพวกจากแก๊งพ่อแม่แมวเชียงใหม่มาหารค่า รถ กำหนดดีเดย์คือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เราจะไปแวะงานสตอเบอรี่ที่สะเมิงก่อนแล้วค่อยไปเก็บสตอเบอรี่ที่สวนกัน



ตอน แรกนึกว่าเราจะใช้เส้นทางจากแยกสะเมิงขึ้นไป อุตสาห์กินยาแก้เมารถเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่คนขับรถบอกว่าขึ้นไปทางแม่ริมจะใกล้กว่า แหมนึกว่าจะได้ชมวิวโหดๆ และทดสอบประสิทธิภาพยาแก้เมารถผ่านทางสะเมิงซะอีก ไปทางแม่ริมก็ดี เพราะไม่ได้ไปนานมากแล้ว ระหว่างทางผ่านเส้นแม่ริม ยังเหมือนเดิมทุกอย่างและมีแต่มากขึ้นๆ ฟาร์มกล้วยไม้ สวนบัว ปางช้าง น้ำตกและรีสอร์ทอันมากมาย จนในที่สุดก็มาถึงทางแยกเลี้ยวเข้าตัวอำเภอสะเมิง เลยแยกมาไม่ไกลเราก็สังเกตุเห็นจุดจัดงาน สตอเบอรี่ของดีสะเมิง



รถ ราเริ่มมากขึ้น จอดเรียงรายตามข้างถนน สถานที่จัดงานวันสตอเบอรี่คือบริเวณถนนหน้าตัวที่ว่าการอำเภอสะเมิงนี่เอง เขาปิดถนน จัดซุ้มให้ชาวสวนนำสตอเบอรี่มาจำหน่าย และเพิ่งทำพิธีเปิดงานไปก่อนเรามาไม่ถึงชั่วโมง ยังมีสาวๆ ใส่ชุดชาวเขาน่ารักๆ มายืนถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวด้วย



เดิน เข้ามาในบริเวณที่จัดงาน จะเห็นร้านค้ามากมายอยู่ในซุ้มใบตองตึงเรียงรายสองข้างถนน บางร้านให้คนขายแต่งชุดชาวเขามายืนหน้าร้าน แต่ที่มีเหมือนกันทุกร้านคือ สตอเบอรี่



สต อเบอรี่มากมาย ละลานตาไปหมด ก็มันงานวันสตอเบอรี่ ก็มีแต่สตอเบอรี่นะสิ มีทั้งแบบที่ยังอยู่ในลังพลาสติปูกระดาษ



หรือ แบบแพกเรียบร้อยใส่ถุงพลาสติก ถุงละกิโลนึง ราคามีตั้งแต่โลละ 35 บาท (ลูกเล็กหน่อย) จนถึงโลละ 70 บาท (พวกสตอเบอรี่ปลอดสาร)



แบบ แพ็กเป็นกล่องๆ ที่เห็นวางขายตามซุปเปอร์ก็มีให้เห็น แต่ราคาสูงขึ้นมานิดนึง
เมื่อเทียบกับราคาในห้าง ยังถือว่าถูกกว่ามาก (อย่าบวกค่าเช่ารถกับค่าน้ำมันล่ะ)



แต่ สตอเบอรี่ที่เอามาขายส่วนมากจะยังไม่สุกแก่จัด เพราะบางส่วนยังมีสีขาวอยู่เลย เพราะว่าคนขายคงเผื่อให้เดินทางด้วย ไม่งั้นคงเละไม่น่าดูกว่าจะถึงที่หมายปลายทาง สตอเบอรี่ปีนี้เป็นพันธุ์ที่ปรับปรุงใหม่และปลูกกันทุกสวน คือพันธุ์ 329 เนื้อจะแข็งกว่าพันธุ์เก่าๆ แต่กลิ่นไม่หอมและรสไม่หวานเท่าพันธุ์ 72



แต่ สตอเบอรี่ก็คือสตอเบอรี่ แค่ได้กินก้อมีความสุขละ เพราะฉะนั้นเราเดินดูงานไป ชิมไป (ตรวจสอบคุณภาพก่อนซื้อนะจ้ะ) หรือจะซื้อแบบพร้อมกินก็มี สตอเบอรี่ลูกเล็กหน่อย มีตำหนิบ้างแต่เอามาตัดแต่ง ล้างให้สะอาด คลุกน้ำเชื่อมดูสวยงาม น่ากิน



แล้ว ก็ตักใส่ถ้วย วางเรียงรายอยู่หน้าร้าน ตอนเช้าขายถ้วยละสิบบาท ตอนบ่ายเหลือถ้วยละห้าบาท sale กันเห็นๆ แต่ถ้าไม่ชอบแบบคลุกน้ำเชื่อม ก้อมีแบบไม่คลุกให้เลือกกินด้วย



ไม่ งั้นลองซื้อสตอเบอรี่อบแห้งมาเคี้ยวเล่นหนุบหนับดูสักกล่องมั้ยคะ รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ อร่อยเพลิดเพลินแป๊บเดียวหมดกล่องละ ไม่แพงด้วย สามกล่องร้อยเอง



เดิน เหนื่อยๆ มีน้ำสตอเบอรี่ขาย ทั้งแบบน้ำคั้นสด ต้องแช่เย็น หรือแบบพาสเจอร์ไรซ์ เก็บได้นานขึ้น รสชาติก้อเข้มข้นขึ้นด้วย



หรือ จะเอาแบบมีดีกรีสักหน่อย ต้องไวน์สตอเบอรี่ เห็นมีวางจำหน่ายอยู่หลายเจ้า บางร้านถึงกับมีแต่ไวน์จำหน่ายโดยเฉพาะ



หลัง จากเดินเที่ยวงานได้ซักพัก (ไม่นานหรอก เพราะว่าตัวงานยาวไม่ถึงร้อยเมตร)และเสียตังค์ไปคนละนิดละหน่อยและได้สตอเบอ รี่มาคนละหลายๆ กิโล โดยไม่ได้คิดเล้ยว่าเดี๋ยวเราจะไปเก็บสตอเบอรี่กันต่อ



แต่ มาคิดอีกที ซื้อเผื่อไว้ก่อนก้อดี เพราะว่าชาวสวนส่วนมากเก็บผลผลิตมาหมด เพื่อมาร่วมงานที่ตัวอำเภอ เพราะฉะนั้นอย่าได้หวังน้ำบ่อหน้า เอ่อ..อย่าหวังว่าจะได้เก็บสตอเบอรี่ในสวนได้เยอะๆ เราเลยสั่งซื้อกันคนละโลสองโล ให้แม่ค้าแพกให้และจะกลับมารับหลังจากเก็บสตอเบอรี่แล้ว อย่างน้อยมางานนี้ก้อมีของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านบ้างล่ะ



งั้น ตามเราไปเก็บสตอเบอรี่ที่สวนดอยแก้ว ในตอนที่ 2 ต่อนะคะ

มามะ มากินสตอเบอรี่ที่สะเมิงกันเถอะ: ตอนที่ 2 เก็บสตอเบอรี่ที่สวนดอยแก้ว

ต่อจากตอนที่แล้ว...
หลังจากเดินชิมและ เดินชม กับเสียตังค์อีกคนละหน่อยเราก็ออกเดินทาง จริงๆ แล้วตามเขาไปมากกว่า เพราะว่ามีผู้รู้ทางมาจากกรุงเทพ พี่ท่านบินมาเพื่อสตอเบอรี่พันธุ์ 70 หนึ่งกล่องใหญ่ ที่ทั้งสวนผลิตได้เพียงหนึ่งกล่องและจะไปเก็บที่สวนต่อ ท่านมาประจำเลยรู้ทางดี และที่สวนเขากันไว้ให้ท่านเก็บสามแปลง



โอ้ เป็นบุญจริงเล้ย เพราะสวนที่จะไปคือสวนดอยแก้ว อยู่ที่ตำบลบ่อแก้ว ขับรถไปจากสะเมิงอีก 45 นาทีไกลอยู่เหมือนกัน ถ้าไปเองคงจะลำบาก ไม่เชื่อลองอ่านคำอธิบายเส้นทางดูจิ

นี่เป็นคำบอกเล่าทิศ ทาง และเส้นทางที่เราจะไปเที่ยวสวนนี้ จากน้องหมีน้อยเทวดา แห่งห้องแมวเจ้าของทริปผู้จัดการทุกอย่าง

"ขับมาถึง แยกอำเภอสะเมิงให้เราเลี้ยวขวาจะมีป้ายบอก ไป อ.ปาย 170 กม. จะผ่านอุทยานแห่งชาติขุนขานค่ะ
เส้นทางนี้วิ่งไปทางเดียวกะ อ.ปายค่ะ ระยะจากอ. สะเมิง ไปถึงที่ไร่ดอยแก้ว ประมาณ 45 นาที

เส้นทางลด เลี้ยวและขึ้นเขาลงเขาหน่อย ขับด้วยความระมัดระวังนะคะ
ระหว่างทางมีฝูง วัวหลายฝูง ตลอดเส้นทาง ระวังระเบิดสด ด้วยค่ะ

ไปตามเส้นเหลืองแบ่ง กลางถนนค่ะ แล้วจะเจอป้าย อบต.ยังเมิน และจะผ่านถนนที่ใช้บลอคตัวหนอนปู ตรงนี้ไม่มีเส้นเหลืองแบ่งกลางถนนแล้วถ้ามาถึงตรงนี้แล้ว ไม่หลงแน่นอนค่ะ ของแท้ ต้องผ่านถนนตัวหนอน
จากนั้นก็จะมาเริ่มเป็นถนนที่มีเส้นเหลือง แบ่งกลางถนนอีกครั้งค่ะ ไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกว่า ทางไปสวนดอยแก้ว

ถ้า อ่านแล้ว งงให้โทรถามตามนี้ค่ะ แห่ะๆๆ

สวนดอยแก้ว 103/5 หมู่ 5 ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง เชียงใหม่
053-939079 058-7076901"

เป็น ไงล่ะ ฟังแล้วสงสารคนขับรถเลย ช่างบอกทางได้ซะเห็นภาพเชียว

แต่เส้นทางมันก็เป็น อย่างที่น้องเค้าว่าจริงๆ นะ นี่ไงหลักฐาน

หน้าตาของถนนตัวหนอน เพิ่งเคยเห็นถนนปูด้วยตัวหนอนในหุบเขากลางป่า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนขาน (นี่ก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อเหมือนกัน)



หลัง จากวิ่งขึ้นเขา ลงเขา ตามเส้นเหลืองไปเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่หลง ในที่สุดก้อมาถึงตำบลบ่อแก้ว วิ่งเข้าไปจากถนนใหญ่ สภาพถนนจะเป็นแบบนี้แหละ



พอ มาถึงสวนสตอเบอรี่นะ คิดในใจเลยว่า ต่อไปนี้เวลาซื้อสตอเบอรี่ในเมืองจะไม่ต่ออีกแล้ว เพราะกว่ามันจะออกจากสวนไปถึงร้านในเมืองได้เนี่ย ถนนหนทางช่างลำบากเสียจริงๆ



สวน ดอยแก้วเป็นสวนตัวอย่างของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เพราะว่าเป็นสวนที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง และใช้วิธีชีวภาพในการกำจัดโรคและแมลง สตอเบอรี่ของที่นี่จึงสะอาด ปลอดภัย และผลิตเพื่อส่งขายในร้านของโครงการหลวงด้วย



สวน ตั้งอยู่ในหุบเขา ช่วงหน้าหนาวอากาศคงจะเย็นสบาย แต่ตอนเราไปมันใกล้เที่ยงแล้ว แดดร้อนเปรี้ยงเต็มที่ แต่สตอเบอรี่น้อยนอนรอให้เราไปเก็บอยู่บนต้น แดดแค่นี้ เรื่องจิ๊บๆ ใช่มะ



ที่ สวนจะมีตะกร้าพลาสติกใบย่อมๆ ให้เราไว้ใส่สตอเบอรี่ที่เก็บเอง พร้อมหมวกฟางใบเขื่องสำหรับกันแดด ดีจังเลย เพราะเราลืมเอาหมวกไป เสื้อก็ใส่แขนสั้น ตอนนี้ยังดำอยู่เลย อุปกรณ์พร้อม คนพร้อม ได้เวลาลงแปลงแล้ว



สต อเบอรี่น้อยนอนคอยอยู่ใต้ต้น อย่างสงบเสงี่ยม ผลสีแดงสด ท่าทางหวานฉ่ำ



ไม่ รู้เจ้าสตอเบอรี่น้อยผลนี้รอดหูรอดตาคนงานมาได้อย่างไร แต่มันคือโชคดีของเราที่เจอ อิอิ เพราะลูกใหญ่ สีแดงสด แน่นอนว่าต้องสุกฉ่ำ เทียบขนาดกับมือคนถือให้เห็นจะจะเลยว่าลูกหย่ายยยย จริงๆ



เรา บรรจงเลือกสตอเบอรี่ลูกโตๆ สดฉ่ำ ส่วนลูกเล็กๆ แดงๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานการนำไปเป็นของฝาก เราก้อต้องช่วยเจ้าของสวนกำจัด โดยการทิ้งลงไปในท้อง แบบง่ายๆ ปัดๆ นิดหน่อยก่อนใส่ปาก (ไม่มีรายงานว่าผู้ใดในทริปท้องเสีย ทั้งที่กินกันถ้วนหน้า)

หลังจากที่เอาหลัง สู้ฟ้า หน้าสู้ดินเก็บสตอเบอรี่จนเต็มถังพลาสติก เราก้อกลับเข้าไปในโรงเรือนเพื่อให้คนงาน (หลานสาวเจ้าของสวนคนสวย) ช่วยชั่งน้ำหนักและแพ็กใส่กล่องพลาสติกให้ ลืมบอกไปว่าราคาสตอเบอรี่ที่นี่คิดแพงกว่าที่งานหน่อยนึง คือกิโลละ 100 บาท แต่ก็สุดคุ้ม (บวกที่ไม่ผ่าน QC ในท้องด้วย) หน้าตากล่องเหมือนกับที่ขายในร้านโครงการหลวงน่ะแหล่ะ กิโลนึงแบ่งแพ็กได้สี่กล่องเชียวนะ เหมาะเป็นของฝากจริงๆ



ถ้า สตอเบอรี่ที่เก็บมาไม่ครบกิโลหรือว่ามีตำหนิ เค้าจะคัดออกให้และเติมลูกสวยๆ ลงไปให้จนครบ น่ารักจังเลย



แต่ ถ้าติดสติ้กเกอร์หน้าตาคุ้นๆ อันนี้นะ จากกล่องละ 25 บาทจะกลายเป็นกล่องละ 65 บาททันทีที่ถึงร้านของโครงการหลวง ช่างเป็นสติ้กเกอร์ที่ราคาแพงจริงๆ เลย

ระหว่างที่รอเค้าแพ็กให้ เพื่อนเราก็งัดวิปปิ้งครีมขึ้นมา นับว่าเป็นการวางแผนล่วงหน้าที่รอบคอบมั่กมัก ก็ใครจะปฏิเสธสตอเบอรี่สดๆ กับวิปปิ้งครีมได้ลงคอ แค่เห็นก็ต้องรีบใส่เข้าปากเท่านั้นแหละ สุดยอดจริงๆ สตอเบอรี่สดฉ่ำหวานกับวิปปิ้งครีมมันๆ คำโตๆ



ส่วน สตอเบอรี่ที่หลงหูหลงตาเราในแปลง จะมีคนงานเดินเก็บในสวนเพื่อเคลียร์ให้หมด โอ้ว สตอเบอรี่เป็นถังๆ เลย ที่นี่เค้ามีทำแยมกับทำไวน์ด้วยนะ แยมของสวนดอยแก้วไม่หวานมาก รสชาติดีอร่อยกว่ายี่ห้อที่คุ้นเคยมาก เลยต้องเสียตังค์ซื้อมาอีกกระปุกนึง



นอก จากแยมแล้ว อีกผลิตภัณฑ์ที่ไม่แนะนำไม่ได้ นั่นคือ เหล้าสตอเบอรี่ ยี่ห้อ S-berry สุดยอดแห่งความร้อนแรง เพียงแค่เปิดฝาก ลิ่นแอลกอฮอล์ก็กำจายออกมา แค่ชิมปลายช้อนชา หรือใส่ฝานิดหน่อย เราสามารถระบุเส้นทางการเดินทางของเหล้าลงกระเพาะได้เลยอ่ะ



ที่ ฉลากเขียนว่า 35ดีกรี นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าอย่าเชื่อทุกสิ่งที่คุณอ่าน เพราะลุงจวบเจ้าของสวนท่านรินใส่ฝา ราดลงพื้น และจุดไฟโชว์ให้เห็นจะๆ เปลวไฟสีฟ้าอันงดงาม เอางี้ ถ้าไฟดับก็เอาเหล้านี่ใส่ตะเกียงแอลกอฮอล์จุดแทนได้ละกัน

สำหรับผู้สนใจ สอบถามจากลุงจวบแล้ว สวนสตอเบอรี่ดอยแก้ว มีที่พักแบบโฮมสเตย์ด้วย ซึ่งน่าไปพักช่วงฤดูหนาว คิดหัวละ 150 บาท หรือจะกางเต้นท์นอกก้อได้ ช่วงหน้าหนาวอากาศคงหนาวใช้ได้เลยล่ะ ส่วนช่วงที่เหมาะมาเก็บสตอเบอรี่ ก็ทะยอยๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม และจะมีมากที่สุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และจะเริ่มวายประมาณกลางๆ เดือนมีนาคม ใครต้องการไปเที่ยว ควรโทรศัพท์บอกลุงก่อน เพราะลุงจะได้เก็บแปลงไว้ให้เราเดินเก็บเอง

ส่วนช่วงที่เหลือ ทั้งปีเป็นช่วงที่เค้าเตรียมแปลงปลูกและขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายต้นสตอเบอรี่ ที่ปัจจุบันได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหมดแล้ว เพราะจะปลอดโรคและไม่กลายพันธุ์



ได้ เวลาต้องกลับแล้ว เพราะต้องไปรับสตอเบอรี่ที่งานในตัวอำเภอสะเมิงอีก เฮ้อ เป็น one day trip อีกหนึ่งวันที่สนุกสนาน เพลิดเพลิน และพุงการกับสตอเบอรี่ อย่างน้อยปีนี้ก็พูดได้ว่า ในที่สุดชั้นได้มากินสตอเบอรี่ที่สะเมิงแล้ววว





คลิ้กเพื่อขอบคุณผู้เขียนหัวข้อนี้


บอร์ดนี้เฉพาะสมาชิกถึงจะตอบกระทู้หรือแสดงความคิดเห็นได้

หัวข้อ เริ่มโดย อ่าน
TopicIcon สวนสตรอเบอรี่ teawsamoeng 2230



หน้าแรก :: เข้าสู่ระบบ:: สมัครสมาชิก/ลงทะเบียน:: สอบถามการใช้งาน แจ้งปัญหาการใช้งาน แนะนำ ติชม
เงื่อนไขการให้บริการ:: นโยบายความเป็นส่วนตัว

©2010-2014 Bkk.in.th All Right Reserved.