ผู้เขียน หัวข้อ: วันกองทัพบก (อ่าน 1663 ครั้ง) เมื่อ: 27 สิงหาคม 2554 8:50 [183.88.44.74IP Lookup , 27 สิงหาคม 2554, 8:50:00]
0 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้อยู่ (เป็นผู้ชมทั่วไป 0 คน) Thanks แจ้งลบ

BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
เข้าร่วม 25/8/2554

วันกองทัพบก

การกำหนดว่าวันไหนเป็นวันที่ระลึกของเหล่าทัพใด เริ่มมีมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ ครั้งนั้นรัฐบาลได้จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาหน่วยราชการต่างๆ ขึ้น และประกาศให้วันที่ "๘ เมษายน" เป็น "วันกลาโหม" โดยพิจารณาเห็นว่า วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๐ เป็นวันที่ออกประกาศการจัดการทหารและพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ซึ่งถือว่าเป็นวันกำเนิดการทหารไทยแบบสมัยใหม่ และมีความเจริญก้าวหน้าติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ ในปีต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศกำหนดวันที่ระลึกของกองทัพบก คือ วันที ๒๘ กรกฎาคม กองทัพเรือ คือวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และ กองทัพอากาศ คือวันที่ ๑๐ มกราคม ตามลำดับ

การที่กองทัพบกเสนอวันที่ ๒๘ กรกฎาคม เป็นวันกองทัพบกในครั้งนั้น เนื่องจากวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๔ เป็นวันที่กองทัพไทยได้ฉลองชัยชนะกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส โดยกระทำพิธีสวนสนามรับมอบดินแดนในอินโดจีน ที่จังหวัดพระตะบอง โดยมี พล.ท.หลวงพรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี ดินแดนที่ประเทศไทยได้รับคืนคราวนั้นคือ ดินแดนของไทยทั้งหมดที่เสียให้แก่ฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ และ พ.ศ.๒๔๔๙ อันได้แก่

๑.      ดินแดนแคว้นหลวงพระบาง ที่อยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขง

๒.      ดินแดนแคว้นจัมปาศักดิ์ ที่อยู่ตรงข้ามปากเซ

๓.      ดินแดนกัมพูชา ได้แก่ เมืองพระตะบอง ศรีโสภณ และไพลิน

ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๙๔ สภากองทัพบกพิจารณาเห็นว่า ควรเลือกวันที่มีความสำคัญที่เป็นเกียรติประวัติในทางตำนานและประวัติศาสตร์ของชาติเป็นวันกองทัพบก ในที่สุด กองทัพบกได้กำหนดให้วันที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชา แห่งกรุงหงสาวดี เมื่อวันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕ เป็นวันที่ระลึกสำหรับกองทัพบกโดยพิจารณาเห็นว่า การกระทำยุทธหัตถีครั้งนั้น นับเป็นการยุทธทางบกครั้งยิ่งใหญ่ ชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำมาซึ่งเอกราชของประเทศอย่างสมบูรณ์ และได้รับการยกย่องสรรเสริญทั่วไป ทั้งทวีปเอเซีย และทวีปยุโรป วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งต่อปวงชนชาวไทย เป็นวันที่คนไทยพึงตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งยังเกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง ใน พ.ศ.๒๔๙๔ สำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ประกาศให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ระลึกของกองทัพบก

เมื่อ จอมพล สฤษดิ์  ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ.๒๕๐๒ กระทรวงกลาโหมเห็นสมควรรวมวันที่ระลึกของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นวันเดียวกัน วันที่ระลึกกระทรวงกลาโหม คือวันที่ ๘ เมษายน และให้เรียกว่า วันกองทัพไทยทั้งนี้โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเน้นในด้านความสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นของกองทัพไทย ตลอดจนเน้นความประหยัดเป็นหลัก สำนักนายกรับมนตรีจึงประกาศให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกกองทัพไทย

ครั้น พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ ได้ดำริว่า วันกองทัพไทยน่าจะเปลี่ยนเอาวันที่มีความสำคัญและมีความหมายยิ่งสำหรับทหารทั้งสามเหล่าทัพ พึงระลึกถึงด้วยความภาคภูมิใจ ปลุกใจให้เกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง และพร้อมที่จะสละชีวิตเลือดเนื้อเป็นชาติพลี ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่ทหาร ทั้งเป็นที่ชื่นชมยินดีของปวงชนชาวไทยอีกด้วย คณะรัฐตรีจึงมีมติกำหนดให้ วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย โดยใช้เหตุผลเดียวกับวันกองทัพบก และวันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสถาปนากระทรวงกลาโหม โดยกำหนดให้ใช้เป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๔

          จะเห็นได้ว่า โดยหลักฐานแล้ว วันที่ระลึกของทั้ง ๓ เหล่าทัพ ได้ถูกนำเข้าไปรวมเป็นวันกองทัพไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๒ แต่การที่กองทัพต่างๆ จัดงานเฉลิมฉลองวันกองทัพของตนนั้นเป็นการกระทำภายในเหล่าทัพตนเท่านั้น เช่น ทอ.จัดงานวันกองทัพอากาศ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม และ ทร. จัดงานวันกองทัพเรือ ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ส่วน ทบ. ยังคงยึดถือวันที่ ๒๕ มกราคมเป็นวันกองทัพบก





คลิ้กเพื่อขอบคุณผู้เขียนหัวข้อนี้


BeerIS52
บุคคลทั่วไป

ความเห็นที่ #1 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:31 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

กองทัพบก ชี้แจงประชาชน

กองทัพบกยังคงกำลังทหาร ๘๐๐ นาย พร้อมยุทโธกรณ์เร่งทำความสะอาดหลังน้ำลดที่ จ.น่าน ส่วนที่ จ.สุโขทัย ต้องเสริมความแข็งแรงให้ทำนบกั้นน้ำป้องกันตลิ่งพัง โดยเฉพาะที่ต.ปากแคว อ.เมือง สถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ได้คลี่คลายลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะนี้กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ ๓ ได้ระดมกำลังทหาร ๘๐๐ นาย จากจังหวัดทหารบกน่าน, กรมทหารพรานที่ ๓๒,

กองพันทหารม้าที่ ๑๐, กองพันทหารม้าที่ ๑๕ และ รถยนต์บรรทุก๕๑ คัน รถน้ำ ๓ คัน เรือ ๖ ลำ พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด เข้าฟื้นฟูบ้านเรือนและสาธารณะสมบัติใน อ.เมือง, อ.ท่าวังผา, อ.ภูเพียง, อ.เวียงสา และ อ.ปัว โดยงานส่วนใหญ่เป็นการทำความสะอาดฉีดล้างโคลน เก็บเศษซากวัสดุ เศษขยะ เปิดเส้นทางสัญจรในชุมชน ช่วยประชาชนขนย้ายสิ่งของกลับเข้าบ้านเรือน ควบคู่ไปกับการแจกจ่ายอาหาร น้ำ และถุงยังชีพ นอกจากนี้เพื่อให้ประชาชนมีน้ำ ดื่มที่สะอาด กองทัพบกได้เร่งกระจายน้ำดื่ม ๑๕๐,๐๐๐ ขวด แจกจ่ายให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันชุดประปาสนาม ๓ ชุด ยังคงผลิตน้ำสะอาดให้บริการประชาชน ส่วนรถครัวสนามเคลื่อนที่ยังคงประกอบอาหารสดเลี้ยงประชาชน ๓ มื้อ ๑,๕๐๐ กล่องต่อวัน ที่ อ. เวียงสา เช่นกัน

          ส่วนที่ จ.สุโขทัย น้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตรที่ ต.ปากแคว อ.เมือง และกำลังขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้แนวกั้นน้ำทรุดตัวและพังลง กองทัพบกโดยจังหวัดทหารบกพิษณุโลกส่งทหารพร้อมเครื่องมือช่างเข้าเสริมความแข็งแรงของแนวกั้นน้ำเป็นการด่วน โดยใช้กำลังทหารตอกเสาเข็มพร้อมวางกระสอบทรายป้องกันตลิ่งพังเพิ่มเติม โดยเฉพาะที่ บ.ปากแคว หมู่ที่ ๑, ๖ และ ๗

สำหรับการช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด กองทัพบกได้ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้นำนักเรียนจากโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองร่วมทำความสะอาดและช่วยเหลือประชาชน และจะเร่งช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติและประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม

     อย่างไรก็ตามจากการประกาศแจ้งเตือนภัยว่าอาจจะมีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับไปยังหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมือช่างต่างๆ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง   (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ที่มา: http://www.adrcrta.com/armydetail.html




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #2 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:35 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

สรุปสถานการณ์ภัยพิบัติปี 2554

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า อิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นไหหม่า ทำให้มีฝนตกหนัก บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 6 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงราย ตาก น่าน พะเยา และสุโขทัย รวม 46 อำเภอ 270 ตำบล 1,918 หมู่บ้าน 105,703 ครัวเรือน 411,573 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 82 หลัง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 159,598 ไร่ ถนน 376 สาย ท่อระบายน้ำ 161 แห่ง ฝาย/ทำนบ 222 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 68 แห่ง บ่อปลา/บ่อกุ้ง 417 บ่อ ปศุสัตว์ 3,917 ตัว ผู้เสียชีวิต 3 ราย (จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด 1 ราย จังหวัดน่าน อำเภอเวียงสา 1 ราย อำเภอปัว 1 ราย ) ขณะนี้ สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้วอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู

นอกจากนี้ ได้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาภูพานไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบ้านดอนยางใต้ ตำบลเหลาปอแดงอำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ขณะนี้ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและชีวิต ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นและเร่งสำรวจความเสียหายแล้ว ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยและดินถล่ม สามารถติดต่อ ขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

��คตะวันออก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับไปยังหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมือช่างต่างๆ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง   (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ที่มา: http://www.adrcrta.com/armydetail.html




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #3 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:35 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้า กองทัพบก ฟรี 29-30 สค 54

คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้า กองทัพบก ฟรี 29-30 สค 54 เวลา 20.00 น.
ณ.หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 
๑๔ ถ.เทียมร่วมมิตร แขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 022977582 และ 022970580

กองทัพบกจัด "คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้า" เทิดพระเกียรติ ถวายในหลวง

เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ทางกองทัพบกได้จัดการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พร้อมกับรณรงค์เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีให้ประชาชนมีความสำนึกในความเป็นไทย โดยใช้บทเพลงเป็นสื่อใน "คอนเสิร์ต รักเมืองไทย...กองทัพบกเพื่อประชาชน" โดยเป็นการจัดแสดงดนตรีในรูปแบบวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า จากกองดุริยางค์ทหารบก ตามสถานที่สาธารณะ อาทิ สวนสาธารณะ หรือลานอเนกประสงค์ของห้างสรรพสินค้า ในเขต กทม. และปริมณฑล

โดยจะจัดแสดงตลอดปี 2554 มีกำหนด 2 เดือนต่อครั้ง หมุนเวียนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม และจัดแสดงในช่วงวันหยุดประจำปี หรือในเทศกาลสำคัญ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันขึ้นปีใหม่, วันสงกรานต์ เป็นต้น สำหรับบทเพลงที่ใช้ในการแสดงประกอบด้วย บทเพลงพระราชนิพนธ์, บทเพลงที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งเพลงไทยสากล สตริง ลูกทุ่งที่มีความหมายเสริมสร้างความรักชาติ ความสามัคคี

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C10953048/C10953048.html

tyle='font-size:16.0pt;mso-ansi-font-size:14.0pt;font-family:"TH SarabunPSK","sans-serif"'>ตลอด 24 ชั่วโมง ��คตะวันออก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับไปยังหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมือช่างต่างๆ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง   (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ที่มา: http://www.adrcrta.com/armydetail.html




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #4 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:36 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้า กองทัพบก ฟรี 29-30 สค 54

คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้า กองทัพบก ฟรี 29-30 สค 54 เวลา 20.00 น.
ณ.หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 
๑๔ ถ.เทียมร่วมมิตร แขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 022977582 และ 022970580

กองทัพบกจัด "คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตร้า" เทิดพระเกียรติ ถวายในหลวง

เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ทางกองทัพบกได้จัดการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พร้อมกับรณรงค์เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีให้ประชาชนมีความสำนึกในความเป็นไทย โดยใช้บทเพลงเป็นสื่อใน "คอนเสิร์ต รักเมืองไทย...กองทัพบกเพื่อประชาชน" โดยเป็นการจัดแสดงดนตรีในรูปแบบวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า จากกองดุริยางค์ทหารบก ตามสถานที่สาธารณะ อาทิ สวนสาธารณะ หรือลานอเนกประสงค์ของห้างสรรพสินค้า ในเขต กทม. และปริมณฑล

โดยจะจัดแสดงตลอดปี 2554 มีกำหนด 2 เดือนต่อครั้ง หมุนเวียนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม และจัดแสดงในช่วงวันหยุดประจำปี หรือในเทศกาลสำคัญ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันขึ้นปีใหม่, วันสงกรานต์ เป็นต้น สำหรับบทเพลงที่ใช้ในการแสดงประกอบด้วย บทเพลงพระราชนิพนธ์, บทเพลงที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งเพลงไทยสากล สตริง ลูกทุ่งที่มีความหมายเสริมสร้างความรักชาติ ความสามัคคี

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C10953048/C10953048.html

tyle='font-size:16.0pt;mso-ansi-font-size:14.0pt;font-family:"TH SarabunPSK","sans-serif"'>ตลอด 24 ชั่วโมง ��คตะวันออก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับไปยังหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมือช่างต่างๆ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง   (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ที่มา: http://www.adrcrta.com/armydetail.html







BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #5 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:36 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

กปร.ร่วมกองทัพบกขยายผลศูนย์พัฒนาภูพานสู่ชาวบ้านเขตทัพภาค 2

สกลนคร- กปร.ร่วมมือกับกองทัพบกขยายผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สู่ราษฎรในเขตกองทัพภาคที่ 2

ที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยยาง อ.เมือง สกลนคร สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 2 จัดโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กปร.กับ กองทัพภาคที่ 2 ในการขยายผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สู่ราษฎรในเขตกองทัพภาคที่ 2 โดยนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการ กปร.เป็นประธานพิธี พร้อมด้วย นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และ พลโทจิระศักดิ์ ชมประสพ แม่ทัพน้อย กองทัพภาคที่ 2 มี นายชนะชัย วัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์ กล่าวรายงาน

ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น 1 ใน 6 ศูนย์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต สำหรับการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัยงานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำผลสำเร็จมาแสดงสาธิตให้เห็นจริง พร้อมทั้งขยายผลสำเร็จนั้นๆ ไปสู่ราษฎร ซึ่งในขณะนี้มีผลสำเร็จที่โดดเด่นและเหมาะสม ให้ราษฎรไปปรับใช้ในชีวิตได้จริง 19 ผลงาน

เช่น การเลี้ยงโคเนื้อทาจิมะภูพาน ไก่ดำภูพาน สุกรพันธุ์ภูพาน การปลูกข้าว ลิ้นจี่ ยางพารา การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมขยายผลสำเร็จดังกล่าวไปสู่ราษฎรในวงกว้างให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายให้หน่วยที่ขึ้นตรงในพื้นที่ 20 จังหวัด นำราษฎรที่เป็นผู้นำในการพัฒนาเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ จำนวน 1,214 คน และเพื่อราษฎรเห็นของจริง
       
       
หลังจากนั้น ราษฎรจะเลือกกิจกรรม, ผลงานที่ที่ตนเองสนใจ และเข้าหลักสูตรอบรม พร้อมทั้งลงมือปฏิบัติในกิจกรรม และผลงานนั้นๆ เพื่อจะได้นำผลสำเร็จไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง เพื่อยกระดับการพัฒนา และเกิดให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร หากเกษตรกรได้รับผลสำเร็จก็จะได้ขยายไปยังเกษตรกรรายอื่นๆ ในหมู่บ้านของตนเอง ต่อไป

และในโอกาสนี้ รองเลขาธิการ กปร.ผู้ว่าราชการจังหวัด และแม่ทัพน้อย รับธงจากตัวแทนของราษฎรที่เข้าอบรม พร้อมกับเยี่ยมชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศูนย์จัดแสดงขึ้นครั้งนี้อีกด้วย

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000106085





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #6 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:36 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

โครงการในพระราชดำริในความรับผิดชอบของกองพลพัฒนาที่ ๑

กองพลพัฒนาที่ ๑ เป็นหน่วยงานพัฒนาของกองทัพบก ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบงานพัฒนาประเทศโดยเฉพาะ ปัจจุบันได้รับมอบภารกิจ ให้รับผิดชอบงานที่สำคัญ ๓ ประการ คือ งานพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานด้านการก่อสร้างเพื่อสนับสนุนงานพัฒนาด้านต่าง ๆ และสุดท้ายคืองานด้านการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่ประสบสาธารณภัย        ต่าง ๆ

สำหรับงานพัฒนาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดและถือว่าเป็นงานที่กองพลพัฒนาที่ ๑ มีความภาคภูมิใจมากที่สุด นั่นก็คือ งานพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งกองพลพัฒนาที่ ๑ ได้รับมอบหมายจาก กองทัพภาคที่ ๑ ให้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เข้าปฏิบัติงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี และ จังหวัดเพชรบุรี รวม ๔ โครงการ โดยมีภารกิจหลัก คือ เป็นหน่วยประสานการปฏิบัติงานของแต่ละส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานแต่ละโครงการ ดำเนินงานไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับโครงการที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ๒ โครงการ ประกอบด้วย โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ สิริกิติ์ และ โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอสวนผึ้ง ส่วนในพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี ๒ โครงการ ได้แก่ โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย และ โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ

ที่มา: http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #7 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:36 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

กองทัพบกกับการฝึกอบรมเยาวชน

กองทัพบก ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ จึงมีนโยบายสั่งการ ฯ ให้มีการจัดกิจกรรมขึ้นมากมาย เช่น โครงการค่ายสีขาว, โครงการฝึกอบรมค่ายกีฬากองทัพบกเพื่อเยาวชน เป็นต้น   ในส่วยนของ กองพันพัฒนาที่ ๑ ก็ได้ปฏิบัติการตอบสนองนโยบายของหน่วยเหนือมาตลอดอย่างได้ผลเสมอมา  นอกเหนือจาก การปฏิบัติภารกิจ ตามนโยบายหน่วยเหนือ ฯ เพื่อพัฒนาเยาวชนแล้ว กองพลพัฒนาที่ ๑ ยังได้มอบให้ กองพันพัฒนาที่ ๑ จัดการฝึกอบรมกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมลูกเสือและเนตรนารี โดยใช้สถานที่บริเวณ กองพันพัฒนาที่ ๑ ค่ายศรีสุริยวงศ์ ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รู้จักความสามัคคีในการทำงานเป็นหมู่คณะ รู้จักเสียสละ มีระเบียบวินัย รู้จักการให้อภัย รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้รักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ตลอดจนมีความเข้าใจในปัญหาของยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนของชาติในปัจจุบัน

ที่มา  http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/yaowachon.htm

��การตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย และ โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ

ที่มา: http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #8 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:38 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

กิจกรรมฝึกเยาวชนของกองพลพัฒนาที่ ๑

          กองพลพัฒนาที่ ๑ โดย กองพันพัฒนาที่ ๑ จึงได้เริ่มเปิดการฝึกอบรมกิจกรรมเข้าค่ายพักแรม ฯ ตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นต้นมา โดยมีสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจน กรุงเทพมหานคร ได้ให้ความไว้วางใจต่อหน่วย ในการดำเนินการฝึกอบรม  โดยได้กำหนดกิจกรรมและดำเนินการฝึกดังนี้ คือ การทดสอบกำลังใจ (ฐานรอบเขาดินสอ ๑๐ ฐาน)  การฝึกท่าเบื้องต้นมือเปล่าและแถวชิด การใช้แผนที่เข็มทิศ การสังเกตและจดจำ   การกะระยะ   การปฐมพยาบาลเบื้องต้น   การดำรงชีพในป่า  การอบรมเรื่องยาเสพติดให้โทษ  กิจกรรมรอบกองไฟ และการฝึกเดินทางไกล  ซึ่งกองพันพัฒนาที่ ๑ ได้จัดบุคลากรกำลังพลนายทหารและนายสิบ ที่มีความรู้และความสามารถตลอดจนประสบการณ์ เป็นชุดครูฝึกและครูปกครองร่วมกับคณะครู อาจารย์ ของสถาบันการศึกษานั้น ๆ ดำเนินการฝึกอบรมดูแลเยาวชนผู้รับการฝึกอย่างใกล้ชิด             

          การดำเนินการพัฒนาเยาวชนของ กองพันพัฒนาที่ ๑ โดยการฝึกอบรมกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมลูกเสือและเนตรนารี ที่ผ่านมานั้น ผลการฝึกอบรมถือได้ว่าประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวเยาวชนผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่างก็พอใจ โดยได้รับคำชมเชยจากหัวหน้าสถานศึกษา คณะครู อาจารย์ ตลอดจนเยาวชนผู้เข้ารับการฝึกเป็นอย่างมาก กองพันพัฒนาที่ ๑ รู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ กองทัพบกในการพัฒนาเยาวชนของชาติ ให้มีความรู้และความสามารถ ปลูกจิตสำนึกให้มีความรักและหวงแหนชาติ มีความสามัคคี รู้จักหน้าที่ มีพลานามัยและห่างไกลยาเสพติด ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองในอนาคต โดย กองพันพัฒนาที่ ๑ ยินดีและพร้อมเสมอที่จะสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนไทยต่อไปอย่างเต็มขีดความสามารถ.....       

ที่มา  http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/yaowachon.htm

ความสามัคคี

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C10953048/C10953048.html

tyle='font-size:16.0pt;mso-ansi-font-size:14.0pt;font-family:"TH SarabunPSK","sans-serif"'>ตลอด 24 ชั่วโมง ��คตะวันออก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้กำชับไปยังหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ให้ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ขนย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน ขณะเดียวกันได้เตรียมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมือช่างต่างๆ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด ๒๔ ชั่วโมง   (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ที่มา: http://www.adrcrta.com/armydetail.html





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #9 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:38 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

โครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง

ด้วยปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์ ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับ จำนวนผู้ต้องขังภายในเรียนจำมีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานที่สำหรับควบคุมตัวมีอยู่อย่างจำกัด ไม่เพียงพอ ต่อการรองรับผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งนับวันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะผู้ต้องขังล้นเรือนจำหรือทัณฑสถาน ซึ่งเกินขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ควบคุมดูแล และแก้ไขผู้กระทำความผิดได้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร และเป็นภาระของกรมราชทัณฑ์และรัฐบาลในการที่จะต้องจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนมาก สำหรับดูแลบุคคลเหล่านี้ ประกอบกับรัฐบาลมีงบประมาณจำกัดในการที่จะสร้างเรือนจำเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณของนักโทษ จากสภาวะดังกล่าว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จึงได้มีแนวความคิดที่ต้องการจะ"เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง" โดยเห็นว่าควรจะนำพื้นที่ ของทหารที่มิได้ใช้ประโยชน์ มาดำเนินการควบคุมนักโทษในคดีที่ไม่ร้ายแรง แทนการสร้างเรือนจำพร้อมทั้งมอบหมายให้กองทัพ เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมและดำเนินการฝึกวิชาชีพทางด้านเกษตร หรือวิชาชีพอื่นๆ เพื่อหารายได้สำหรับเป็นสวัสดิการแก่ตัวนักโทษเอง พร้อมทั้งสามารถที่นำความรู้ในระหว่างการควบคุมตัวไปประกอบอาชีพได้ภายหลังจากการพ้นโทษแล้ว เพื่อตอบสนองตามแนวนโยบายดังกล่าว กองทัพบก ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ ได้มีการหารือและประสานงานปฏิบัติ เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานขึ้น และได้จัดทำโครงการ"โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ค่ายฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต ( โครงการเกษตรโยธิน )" สำหรับดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบายที่ตั้งไว้

ที่มา  http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/wiwat.htm





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #10 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:39 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

กองพลพัฒนาที่ 1 กับงานก่อสร้าง

นับตั้งแต่ได้มีการจัดตั้ง กองพลพัฒนาที่ ๑ ขึ้นมา กองพลพัฒนาที่ ๑ ได้รับมอบภารกิจในด้านการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นหน่วยงานของกองทัพบกและหน่วยงานนอกกองทัพบก ซึ่งงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย หน่วยได้ดำเนินการอย่างเต็มความสามารถและสำเร็จภารกิจอย่างสมบูรณ์ทุกงาน จนเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยดีเสมอมา ปัจจุบัน หน่วยยังคงได้รับความไว้วางใจในการก่อสร้างสนับสนุนหน่วยต่าง ๆ ทั้งภายในกองทัพบกและนอกกองทัพบก

ที่มา http://www.rta.mi.th/21600u/engineer2.html

้มีการหารือและประสานงานปฏิบัติ เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานขึ้น และได้จัดทำโครงการ"โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ค่ายฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต ( โครงการเกษตรโยธิน )" สำหรับดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบายที่ตั้งไว้

ที่มา  http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/wiwat.htm





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #11 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:39 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดราชบุรี

จัดตั้งขึ้นด้วยความจงรักภักดีร่วมกันของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,กองทัพบก จังหวัดราชบุรี และคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อถวายในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบในปี ๒๕๓๕ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชปณิธาน ขอให้สร้างป่า โดยมีคนอาศัยอยู่ด้วยโดยไม่ทำลายป่า คือ ต้องช่วยเขาเหล่านั้นจริงๆ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร เช่น มีที่ดิน,ทำกิน, มีน้ำ , ให้การศึกษา ส่งเสริมงานศิลปาชีพต่างๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเขาอยู่ได้แล้วเขาจะได้ช่วยดูแลป่า อันเป็นที่มาของพื้นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ป่า และพื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟู รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของราษฎรในพื้นที่

พื้นที่ดำเนินการของโครงการประกอบด้วย สวนป่าสิริกิติ์ ภาคกลาง ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตั้งอยู่บริเวณ แก่งส้มแมว บ้านห้วยม่วง ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง มีเนื้อที่ ๓,๐๐๐ ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นผืนป่าแห่งเทือกเขาตะนาวศรีที่กระจายทิวเทือกเขาอย่างสลับซับซ้อนเป็นแนวกั้นเขตแดนไทย พม่า สภาพโดยทั่วไปเป็นดินร่วนปนทราย ดินส่วนใหญ่มีความตื้น สภาพป่าไม้ดั้งเดิมเป็นป่าเต็งรังผสม มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญคือ เต็ง , รัง , รกฟ้า แดง , ประดู่ , มะค่าแต้ ตีนนก ฯลฯ และมีไม้พื้นล่างเป็นไผ่รวก ไผ่เพ็ก

พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามด้วยเกาะแก่งและลวดลายหินกลางลำน้ำ ที่เรียกกันตามพืชพรรณไม้ท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นว่า แก่งส้มแมว สภาพโดยรอบเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติและพันธุ์ไม้ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าอันกว้างใหญ่สำหรับผู้รักษ์ป่าและพันธุ์ไม้

สำหรับพื้นที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกพื้นที่หนึ่ง ได้แก่พื้นที่ดำเนินการอนุรักษ์ป่าเพื่อจัดทำเป็น อุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ณ บริเวณบ้านไทยประจัน ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ต่อมาเมื่อประมาณปี ๒๕๓๗ คณะทำงานโครงการฯ เห็นว่า ระหว่าง สวนป่าสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ ภาคกลางและอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน มีช่องว่างถ้าหากปล่อยไว้อาจจะทำให้ ราษฎรที่อยู่รอบๆ ป่าผืนนี้บุกรุกพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ขอขยายพื้นที่โครงการฯ ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ อีก ประมาณ ๗๙ , ๗๔๖ไร่ โดยรวมกับพื้นที่ดำเนินการเดิม ๑๓๖ , ๒๕๐ ไร่ ซึ่งรวมพื้นที่ดำเนินการในปัจจุบัน ๒๑๕ , ๙๙๖ ไร่

กองพลพัฒนาที่ ๑ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการอำนวยการและประสานงาน ได้จัดกำลังพล จำนวน ๒๙ นาย และยุทโธปกรณ์ เป็นชุดปฏิบัติการ เพื่อประสานการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ จำนวน ๓ ชุดปฏิบัติการ โดย ชุดปฏิบัติการที่ ๑ มีที่ตั้งอยู่บริเวณ แก่งส้มแมว บ้านห้วยม่วง ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง, ชุดปฏิบัติการที่ ๒ มีที่ตั้งอยู่ที่ บ้านไทยประจัน ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ และชุดปฏิบัติการที่ ๓ มีที่ตั้งอยู่ที่ บ้านโป่งกระทิง ตำบลบ้านบึง กิ่งอำเภอบ้านคา

ที่มา http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm






BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #12 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:39 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี

จากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียน ราษฎรในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทรงเล็งเห็นว่าสภาพป่าไม้ในหลายพื้นที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ตามธรรมชาติ สมควรที่จะได้มีการอนุรักษ์ไว้ให้เยาวชน และราษฎรในท้องถิ่นตลอดจนผู้ที่มีความสนใจในธรรมชาติ ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาสภาพธรรมชาติวิทยา และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ จากความหลากหลายของพืชพันธุ์ตามธรรมชาติและสัตว์นานาชนิดที่มีอยู่ในพื้นที่ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อันเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดทำเป็นโครงการในลักษณะ อุทยานธรรมชาติหรือ โรงมหรสพทางธรรมชาติซึ่งสำนักงานโครงการ ส่วนพระองค์ฯ ร่วมกับกองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ ๑ / กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๑ , กองบัญชาการตำรวจ ตระเวนชาย แดน, ส่วนราชการจังหวัดราชบุรี และนักวิชาการในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันดำเนินการคัดเลือกพร้อมทั้งปรับปรุงสภาพพื้นที่บริเวณที่ราชพัสดุในความดูแลของกองทัพบก อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ๒ ตำบล คือ ตำบลสวนผึ้ง และ ตำบลตะนาวศรี เนื้อที่ประมาณ ๙๑, ๐๐๐ ไร่ ( ๑๔๐ ตารางกิโลเมตร) เป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการโดยให้ใช้ชื่อว่า โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาต่อมาได้มีการขยายพื้นที่เป็น ๑๓๒, ๙๐๕ ไร่ ( ๒๑๐ ตารางกิโลเมตร) และเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินงานในพื้นที่โครงการและทรงมอบแนวทางพระราชดำริให้แก่คณะผู้ดำเนินงานใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ต่อมา เมื่อวันที่๑๑ กุมภาพันธ์๒๕๔๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินติดตามผลการดำเนินงาน และทรงเปิดป้ายโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ณ สำนักงานโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา บ้านห้วยผาก ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

กองพลพัฒนาที่ ๑ ในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ฯ จำนวน ๒ คณะปฏิบัติงานด้วยกัน อันได้แก่ คณะปฏิบัติงานด้านการแก้ปัญหาและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ และคณะปฏิบัติงานด้านการประสานงาน (แผนงานย่อยด้านประชาสัมพันธ์) รวมทั้งได้ดำเนินการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปด้วย โดยในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามแผนแม่บทโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ฯ ของสำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีและตามกรอบแนวทางการดำเนินงานของ กอ.รมน.ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน ปัจจุบัน กองพลพัฒนาที่ ๑ ได้จัดกำลังพล จำนวน ๑๕ นาย ออกปฏิบัติงาน โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการ ๒ ชุด ซึ่งมีตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยผาก หมู่ ๗ ตำบลสวนผึ้ง และ บ้านตะโกล่าง หมู่ ๘ ตำบลสวนผึ้ง

ที่มา http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #13 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:40 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

 โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย อำเภอท่ายาง และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

จากการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรสมาชิกกลุ่มไร่ผักในนิคมสร้างตนเอง เขื่อนเพชร กรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งประกอบอาชีพทำไร่ผัก ครอบครัวละ ๒ - ๓ ไร่ จำนวน ๑๒๐ ครอบครัว ไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดินรกร้างสามารถจัดให้ราษฎรเข้า ประกอบอาชีพการเกษตรแก่สมาชิก ฯ ทำกินครอบครัวละ ๑๕ ไร่ โดยให้ส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมกันดำเนินงานจัด ตั้งเป็น โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วยตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ เป็นต้นมา

ในปี ๒๕๒๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรง ทราบปัญหาต่าง ๆ ของสมาชิก ฯ และมีพระราชประสงค์ให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ กรมทหารราบที่ ๑๑ กองพันทหารราบที่ ๓ รักษาพระองค์ จัดกำลังพลเข้าไปดูแลให้คำแนะนำ ตลอดจนประสานกับส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่โครงการ ฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ส่วนโครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย ๒ เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี ได้รับสนองพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ให้ดำเนินการจัดสรรที่ดินในท้องที่หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๖ ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขยายให้ลูกหลานของสมาชิกโครงการ ฯ ดอนขุนห้วย ๑ และราษฎรในเขตจังหวัดเพชรบุรี ที่ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองเข้ามาอยู่อาศัย และได้ทำการรังวัดจัดสรรที่ดินแบ่งเป็นแปลง ๆ ละ ๑๕ ไร่ รวม ๙๗ แปลง ซึ่งต่อมาได้คัดเลือกให้จับสลากเข้าอยู่ทำการเกษตรกรรมตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ เป็นต้นมา ในส่วนของกองพลพัฒนาที่ ๑ ได้จัดกำลังพลเข้าปฏิบัติงานเพื่อประสานกับส่วนราชการในพื้นที่ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ๒๕๔๑ จนถึงปัจจุบัน จำนวน ๑๙ นาย โดยจัดเป็นชุดปฏิบัติการ มีที่ตั้งอยู่ ณ หน่วยสาธิตสหกรณ์บ้านดอนขุนห้วย หมู่ ๕ ตำบลดอนขุนห้วย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ที่มา http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm






BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #14 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:41 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ


โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ได้กำเนิดขึ้นเมื่อ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรตำบลแก่งกระจาน และได้ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ตลอดทั้งการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร จึงมีพระราชดำรัสให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ ๑ แก่งกระจาน ในขณะนั้น ร่วมกันจัดทำโครงการพัฒนากับส่วนราชการต่าง ๆ โดยทรงรับไว้เป็นโครงการตามพระราชดำริ ในขั้นแรกทำการรวบรวมกลุ่มราษฎรที่กระจัดกระจายให้มาอยู่รวมกัน พร้อมมอบหมาย ให้เป็นผู้ดูแลรักษาป่า จัดโครงการให้ราษฎรมีส่วนในการพัฒนาตนเองสามารถพึ่งตนเองได้ และใช้งบประมาณ อย่างประหยัด แต่ได้ผลตอบแทนสูงสุด และทรงมีรับสั่งให้กระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำโครงการนี้ จึงก่อให้เกิด โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียง ตามพระราชดำริพร้อมกันนี้ พระองค์ฯ ทรงได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเทคนิคในการสร้างระบบส่งน้ำ การปลูกป่าทดแทน การใช้แรงงาน การพัฒนาจิตใจ การสหกรณ์ และการปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมือง

พื้นที่ดำเนินงานของโครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ ประกอบด้วย ๓ หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ ๔ บ้านหนองน้ำดำ หมู่ที่ ๕ บ้านด่านโง และ หมู่ที่ ๖ บ้านห้วยไผ่ รวมพื้นที่ทั้งหมด ๑๕,๔๐๖ ไร่ จำนวน ประชากร ๔๘๗ ครอบครัว ประชากรทั้งหมด ๑,๑๘๒ คน

กองพลพัฒนาที่ ๑ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบภารกิจอันสำคัญยิ่ง ในการเข้าไปดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียง ฯ ให้สำเร็จเป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยดำเนินผลักดันให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาบุคคลเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่โครงการ ปัจจุบัน คณะอนุกรรมการได้พิจารณาบุคคลเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่โครงการไปแล้ว จำนวน ๑๘๒ แปลง และอยู่ระหว่างที่จังหวัดเพชรบุรีดำเนินการมอบเอกสารสิทธิ์ในการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ ปัจจุบัน กองพลพัฒนาที่ ๑ ได้จัดกำลังพลออกปฏิบัติงาน จำนวน ๑๖ นาย เป็นชุดปฏิบัติการ มีที่ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยแม่เพรียง หมู่ ๖ ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ที่มา http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm

.0pt;font-family:"TH SarabunPSK","sans-serif"'>กองพลพัฒนาที่ ๑ ในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ฯ จำนวน ๒ คณะปฏิบัติงานด้วยกัน อันได้แก่ คณะปฏิบัติงานด้านการแก้ปัญหาและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ และคณะปฏิบัติงานด้านการประสานงาน (แผนงานย่อยด้านประชาสัมพันธ์) รวมทั้งได้ดำเนินการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปด้วย โดยในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามแผนแม่บทโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ฯ ของสำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีและตามกรอบแนวทางการดำเนินงานของ กอ.รมน.ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน ปัจจุบัน กองพลพัฒนาที่ ๑ ได้จัดกำลังพล จำนวน ๑๕ นาย ออกปฏิบัติงาน โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการ ๒ ชุด ซึ่งมีตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยผาก หมู่ ๗ ตำบลสวนผึ้ง และ บ้านตะโกล่าง หมู่ ๘ ตำบลสวนผึ้ง

ที่มา http://www.rta.mi.th/21600u/DATA/praratchadamri.htm




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #15 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:41 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิม - คุ้มเก่า

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎร บ้านกุดสิม - คุ้มเก่า ซึ่งมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอ จึงได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรบ้านกุดสิม - คุ้มเก่า เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๕ และได้มีพระเมตตาช่วยเหลือราษฎรบ้านกุดสิม - คุ้มเก่า และหมู่บ้านใกล้เคียง โดยทรงรับเป็นสมาชิกศิลปาชีพและรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงความแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ ดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมชลประทานร่วมกับคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และขอความร่วมมือราษฎรในพื้นที่ร่วมกันสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยวังคำ หรืออ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน และพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการขุดสระเก็บกักน้ำและแปลงเพาะปลูกซึ่งมีราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายที่ดิน จำนวน ๑๐ ไร่ ที่บ้านแดนสามัคคี ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ สำหรับดำเนินการเพื่อเป็น ตัวอย่างในพื้นที่ต่อไป

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยราษฎรบ้านกุดสิม-คุ้มเก่า ดังกล่าวแล้ว กองทัพภาคที่ ๒ ร่วมกับอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕

ที่มา http://gpn2.orgfree.com/projectmajestic/01.html





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #16 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:41 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ


โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโคกก่อง

ในวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ประทับแรม ณ พระตำหนักภูพานราชินิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ในห้วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๕ ทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบ้านกำพี้ ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ทรงมีพระราชเสาวนีย์รับนักเรียนและราษฎรที่เจ็บป่วยไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และรับราษฎรยากจนไว้เป็นสมาชิกศิลปาชีพฯ ทรงพระราชทานเงินทุนให้นำไปเป็นทุนในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้าไหม แกะสลัก จักสาน เพื่อประกอบเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งในขณะนั้นบ้านกำพี้ ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพียงแต่เป็นกลุ่มทอผ้าไหมที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๖ ต่อมา กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้ประสานให้กองพลพัฒนาที่ ๒ พิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานโครงการฯ เข้าทดลองปฏิบัติงาน โดย กรส. สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในลักษณะเดียวกัน กับชุดปฏิบัติงานประจำพื้นที่อื่นๆ ปัจจุบันกองทัพบกได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุน ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นมา

ที่มา http://gpn2.orgfree.com/projectmajestic/01.html

�้มเก่า ดังกล่าวแล้ว กองทัพภาคที่ ๒ ร่วมกับอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕

ที่มา http://gpn2.orgfree.com/projectmajestic/01.html




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #17 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:42 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ

มีรากฐานมาจากพิพิธภัณฑ์ทหารของโรงทหารหน้า (กระทรวงกลาโหมปัจจุบัน) ซึ่งเจ้าหมื่นไวยวรนารถ ผู้บังคับการกรมทหารหน้า ได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระบรมราชานุญาตสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๕ โดยกำหนดให้ด้านหน้า เฉพาะตอนกลางที่เป็นมุขบริเวรชั้นที่ ๓ เป็นที่เก็บสรรพศัสตราวุธและวัตถุพิพิธภัณฑ์ทหาร

ต่อมากองทัพบกมีความจำเป็นต้องใช้ห้องพิพิธภัณฑ์ทหารเป็นห้องทำงานของหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่ จึงได้ส่งวัตถุพิพิธภัณฑ์ของกองทัพบกให้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๐  

ครั้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ จอมพลประพาส จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้มีดำริที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กองทัพบกขึ้น ณ คลังยุทธบริการ กรมพลาธิการทหารบก (ปัจจุบัน คือ โรงเรียนวัดราชบพิตร) แต่เนื่องจากมีความจำเป็นบางประการจึงได้ระงับโครงการดังกล่าวไว้ก่อน จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๕๒๑ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้อนุมัติหลักการให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์กองทัพบกขึ้นอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถหาสถานที่สำหรับจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ได้ 

ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ พลเอกอาทติย์ กำลังเอกผู้บัญชาการทหารบก ได้ อนุมุติให้กรมยุทธการทหารบก ใช้ พื้นที่ของสำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบกบริเวณเชิงสะพานกรุงธนบุรี จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์กองทัพบก หลังจากสำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบกได้ย้ายไปแล้ว (เดิมมีโครงการจะย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ยังมิได้ย้ายไปจนกระทั่งบัดนี้)

ที่มา http://www.armytour.tht.in/armymusium.html





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #18 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:43 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ


วันกองทัพบก

 

การกำหนดว่าวันไหนเป็นวันที่ระลึกของเหล่าทัพใด เริ่มมีมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ ครั้งนั้นรัฐบาลได้จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาหน่วยราชการต่างๆ ขึ้น และประกาศให้วันที่ "๘ เมษายน" เป็น "วันกลาโหม" โดยพิจารณาเห็นว่า วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๐ เป็นวันที่ออกประกาศการจัดการทหารและพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ซึ่งถือว่าเป็นวันกำเนิดการทหารไทยแบบสมัยใหม่ และมีความเจริญก้าวหน้าติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ ในปีต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศกำหนดวันที่ระลึกของกองทัพบก คือ วันที ๒๘ กรกฎาคม กองทัพเรือ คือวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และ กองทัพอากาศ คือวันที่ ๑๐ มกราคม ตามลำดับ

การที่กองทัพบกเสนอวันที่ ๒๘ กรกฎาคม เป็นวันกองทัพบกในครั้งนั้น เนื่องจากวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๔ เป็นวันที่กองทัพไทยได้ฉลองชัยชนะกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส โดยกระทำพิธีสวนสนามรับมอบดินแดนในอินโดจีน ที่จังหวัดพระตะบอง โดยมี พล.ท.หลวงพรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี ดินแดนที่ประเทศไทยได้รับคืนคราวนั้นคือ ดินแดนของไทยทั้งหมดที่เสียให้แก่ฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ และ พ.ศ.๒๔๔๙ อันได้แก่

๑.      ดินแดนแคว้นหลวงพระบาง ที่อยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขง

๒.      ดินแดนแคว้นจัมปาศักดิ์ ที่อยู่ตรงข้ามปากเซ

๓.      ดินแดนกัมพูชา ได้แก่ เมืองพระตะบอง ศรีโสภณ และไพลิน

ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๙๔ สภากองทัพบกพิจารณาเห็นว่า ควรเลือกวันที่มีความสำคัญที่เป็นเกียรติประวัติในทางตำนานและประวัติศาสตร์ของชาติเป็นวันกองทัพบก ในที่สุด กองทัพบกได้กำหนดให้วันที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชา แห่งกรุงหงสาวดี เมื่อวันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕ เป็นวันที่ระลึกสำหรับกองทัพบกโดยพิจารณาเห็นว่า การกระทำยุทธหัตถีครั้งนั้น นับเป็นการยุทธทางบกครั้งยิ่งใหญ่ ชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำมาซึ่งเอกราชของประเทศอย่างสมบูรณ์ และได้รับการยกย่องสรรเสริญทั่วไป ทั้งทวีปเอเซีย และทวีปยุโรป วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งต่อปวงชนชาวไทย เป็นวันที่คนไทยพึงตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งยังเกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง ใน พ.ศ.๒๔๙๔ สำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ประกาศให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ระลึกของกองทัพบก

เมื่อ จอมพล สฤษดิ์  ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ.๒๕๐๒ กระทรวงกลาโหมเห็นสมควรรวมวันที่ระลึกของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นวันเดียวกัน วันที่ระลึกกระทรวงกลาโหม คือวันที่ ๘ เมษายน และให้เรียกว่า วันกองทัพไทยทั้งนี้โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเน้นในด้านความสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นของกองทัพไทย ตลอดจนเน้นความประหยัดเป็นหลัก สำนักนายกรับมนตรีจึงประกาศให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกกองทัพไทย

ครั้น พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ ได้ดำริว่า วันกองทัพไทยน่าจะเปลี่ยนเอาวันที่มีความสำคัญและมีความหมายยิ่งสำหรับทหารทั้งสามเหล่าทัพ พึงระลึกถึงด้วยความภาคภูมิใจ ปลุกใจให้เกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง และพร้อมที่จะสละชีวิตเลือดเนื้อเป็นชาติพลี ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่ทหาร ทั้งเป็นที่ชื่นชมยินดีของปวงชนชาวไทยอีกด้วย คณะรัฐตรีจึงมีมติกำหนดให้ วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย โดยใช้เหตุผลเดียวกับวันกองทัพบก และวันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสถาปนากระทรวงกลาโหม โดยกำหนดให้ใช้เป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๔

          จะเห็นได้ว่า โดยหลักฐานแล้ว วันที่ระลึกของทั้ง ๓ เหล่าทัพ ได้ถูกนำเข้าไปรวมเป็นวันกองทัพไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๒ แต่การที่กองทัพต่างๆ จัดงานเฉลิมฉลองวันกองทัพของตนนั้นเป็นการกระทำภายในเหล่าทัพตนเท่านั้น เช่น ทอ.จัดงานวันกองทัพอากาศ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม และ ทร. จัดงานวันกองทัพเรือ ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ส่วน ทบ. ยังคงยึดถือวันที่ ๒๕ มกราคมเป็นวันกองทัพบก




BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #19 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:43 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ

คอนเสิร์ต รักเมืองไทย....กองทัพบกเพื่อประชาชน"

อากาศที่เย็นและสบายๆ เหมาะกับการนั่งฟังดนตรีเป็นที่สุด ยิ่งถ้าเป็นการแสดงดนตรีประเภท "ซิมโฟนีออร์เคสตร้า" ด้วยแล้ว คิดดูว่าบรรยากาศจะน่า'ภิรมย์แค่ไหน...รองโฆษกกองทัพบก พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 กองทัพบกได้จัดการแสดงดนตรีเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พร้อมกับรณรงค์เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ให้ประชาชนมีความสำนึกในความเป็นไทย โดยใช้บทเพลงเป็นสื่อใน คอนเสิร์ต รักเมืองไทย....กองทัพบกเพื่อประชาชน เป็นการจัดแสดงดนตรีในรูปแบบวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า จากกองดุริยางค์ทหารบก โดยเพลงที่ใช้ในการแสดงจะประกอบด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ บทเพลงที่สื่อถึงความจงรักภักดีที่พสกนิกรมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพลงที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งเพลงไทยสากล สตริง และเพลงลูกทุ่ง ซึ่งจะแสดงตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ ลานอเนกประสงค์ของห้างสรรพสินค้า ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยจะจัดแสดงครั้งแรกในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ กองทัพบกเชิญชวนประชาชนทุกท่านมาร่วมชม ร่วมฟังคอนเสิร์ตตลอดปี 2554....

=TH style='font-size: 16.0pt;mso-ansi-font-size:14.0pt;font-family:"TH SarabunPSK","sans-serif"'>ที่มา http://www.armytour.tht.in/armymusium.html





BeerIS52
คุณมี Ranking อันดับที่ 41
Exp: 41
User Info ส่งข้อความ
ความเห็นที่ #20 เมื่อ 7 กันยายน 2554 16:44 [183.88.46.247] ตอบอ้างอิงความเห็นนี้- แจ้งลบ


การปฏิบัติงานของกองทัพบก
กองทัพบก พร้อมทางานกับรัฐบาลกับทุกพรรคการเมือง โดย ทบ.เป็นหน่วยงาน/กลไกหนึ่งของรัฐบาลในการบริหารงาน ซึ่งพร้อมจะทางานตามนโยบายของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศไม่ว่าพรรคการเมืองพรรคใดจะเป็นรัฐบาล
ทบ. และกองทัพไม่มีหน้าที่หรือความเกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาล โดย ทบ. และกองทัพไม่ใช่องค์กรทางการเมือง และไม่มีหน้าที่หรือความเกี่ยวข้องใดๆ ในการเตรียมจัดตั้งรัฐบาล เพราะการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องทางการเมือง ไม่ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะออกมามาในรูปแบบใด ทบ. และกองทัพ ก็ต้องทางานตามบทบาทหน้าที่ของตนเช่นเดิม ดังนั้น สื่อมวลชนแลนักการเมืองไม่ควรพยายามนากองทัพไปเชื่อมโยงกับปัญหาความขัดแย้งและผลประโยชน์ทางการเมืองในห้วงเวลานี้




บอร์ดนี้เฉพาะสมาชิกถึงจะตอบกระทู้หรือแสดงความคิดเห็นได้

หัวข้อ เริ่มโดย อ่าน
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติ ร้อย.สสซ.พัน.ซบร.๒๓ บชร.๓ ๒๔ ต.ค ๕๖ ruknuki69 245
TopicIcon ส่วนสูงไม่ถึง 160 ซม แต่ ประมาณ 158-159 สมัครทหารเกณฑ์ได้รึเปล่า jessada159 731
TopicIcon ถวายพระพรพระราชินี thawanrat21636 354
TopicIcon ขอให้พระองค์ทรง พระเจริญ มีพระชนมายุยิ่ง ยืนนาน ทรงเป็น ร่มโพธิ์ร่มไทรของพสกนิกรชาวไทย ตลอดกาล tank16 748
TopicIcon เรารักพระเจ้าอยู่หัว tank16 771
TopicIcon ในหลวงของเรา  attachment tank16 9444
TopicIcon โครงการ คนไทยไม่ทิ้งกัน  attachment tank16 400
TopicIcon โครงการครูทหารสานใจ สร้างวินัย เยาวชน  attachment tank16 444
TopicIcon ช่วยเหลือภัยแล้ง  attachment tank16 324
TopicIcon โพสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๑๕๓ พัน.๒
บุคคลทั่วไป
527
TopicIcon โพสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๑๕๓ พัน.๒
บุคคลทั่วไป
325
TopicIcon ทำเนียบผู้บังคับบัญชา ปชช.ทั่วไป
บุคคลทั่วไป
519
TopicIcon โพสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๑๕๓ พัน.๒
บุคคลทั่วไป
326
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติฯ ฝกร.พล.พัฒนา๔
บุคคลทั่วไป
473
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติฯ ฝกร.พล.พัฒนา๔
บุคคลทั่วไป
404
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติฯ ฝกร.พล.พัฒนา๔
บุคคลทั่วไป
325
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติฯ ฝกร.พล.พัฒนา๔
บุคคลทั่วไป
361
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติ ฯ ฝกร.พล.พัฒนา ๔
บุคคลทั่วไป
365
TopicIcon โพสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๑๕๓ พัน.๒
บุคคลทั่วไป
676
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติ ฯ ฝกร.พล.พัฒนา ๔
บุคคลทั่วไป
404
TopicIcon โฟสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๑๕๓ พัน.๒
บุคคลทั่วไป
331
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติ ฯ ฝกร.พล.พัฒนา ๔
บุคคลทั่วไป
399
TopicIcon โฟสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๑๕๓ พัน.๒
บุคคลทั่วไป
318
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติ ฯ ฝกร.พล.พัฒนา ๔
บุคคลทั่วไป
350
TopicIcon ข้อความเทิดพระเกียรติ ฝกร.พล.พัฒนา ๔
บุคคลทั่วไป
350



หน้าแรก :: เข้าสู่ระบบ:: สมัครสมาชิก/ลงทะเบียน:: สอบถามการใช้งาน แจ้งปัญหาการใช้งาน แนะนำ ติชม
เงื่อนไขการให้บริการ:: นโยบายความเป็นส่วนตัว

©2010-2014 Bkk.in.th All Right Reserved.
มีปัญหาการใช้งาน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ webmaster@bkk.in.th